บริษัท กับ ห้างหุ้นส่วน ต่างกันยังไง แบบไหนดีกว่ากัน

บริษัทกับห้างหุ้นส่วน
สิ่งที่หลายๆ คนสงสัยกันมากถึงเรื่องการจดทะเบียนนิติบุคคลว่าควรเลือกจดแบบไหนดี ดังนั้น บทความนี้จะพาไปดูความแตกต่างของการจดทะเบียนบริษัทและห้างหุ้นส่วน พร้อมทั้งเปรียบเทียบข้อดีแต่ละประเภทให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างหจก.กับบริษัท เพื่อไขข้อข้องใจสำหรับผู้ที่วางแผนเริ่มต้นจดทะเบียนให้เหมาะกับธุรกิจของคุณนั่นเอง

Table of Contents

ทำความรู้จัก บริษัท คืออะไร

ทำความรู้จัก บริษัท คืออะไร

นิยามของคำว่า บริษัท เป็นหลักการของการดำเนินกิจการต่างๆ ภายใต้การก่อตั้งและจดทะเบียนด้วยตัวบุคคลตั้งแต่ 3 คนเป็นต้นไป และจะมีการแบ่งทุนการจดบริษัทอย่างเป็นสัดส่วนตามที่กำหนดได้เอง หรือที่เรียกกันว่า การแบ่งหุ้นบริษัท ส่วนจุดประสงค์สำหรับการจัดตั้งกิจการประเภทบริษัท มีทั้งแบบบริษัทที่ก่อตั้งเพื่อแสวงหาผลกำไร ซึ่งเงินกำไรที่ได้รับมาก็จะต้องแบ่งให้กับผู้ถือหุ้นตามเปอร์เซ็นต์แต่ละคน และบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นโดยไม่แสวงหากำไร ในส่วนนี้ผู้ถือหุ้นจะต้องรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด บริษัทจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • บริษัทเอกชนจำกัด ประเภทบริษัทที่มีชื่อย่อคุ้นตากันดีอย่าง Co., Ltd หรือ Company Limited ตามกฎหมายแล้วถือว่าเป็นบริษัทที่มีสถานะแบบนิติบุคคล มีการแบ่งสัดส่วนจำนวนหุ้นจากผู้ถือหุ้นตามที่ต้องการได้เอง และราคาหุ้นขั้นต่ำอย่างน้อยต้องเริ่มต้นที่หุ้นละ 5 บาท โดยให้จำนวนหุ้นทั้งหมดมาจากการลงทุนของทางผู้ก่อตั้ง หรือที่เรียกกันว่า ผู้ถือหุ้นที่มีจำนวนตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป และบริษัทเอกชนจำกัดไม่สามารถเปิดให้ประชาชนเข้าซื้อหุ้นหรือเข้าร่วมลงทุนทุกประเภทกับทางบริษัทได้
  • บริษัทมหาชนจำกัด ประเภทบริษัทที่เรียกกันว่า Public Company Limited (PCL) เป็นรูปแบบการจัดตั้งบริษัทจากผู้ถือหุ้นจดทะเบียนร่วมกันตั้งแต่ 15 คนเป็นต้นไป และยังสามารถเปิดจำหน่ายหุ้นของบริษัทไปยังประชาชนทั่วไปให้เข้าระดมทุนได้ผ่านทางตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นผู้ดูแลกลางของการดำเนินขั้นตอนนี้ ทำให้ผู้ถือหุ้นทุกคน ทุกกรณี จะมีสิทธิ์ในการออกเสียงหรือรับทราบกิจการต่างๆ ตามบทบาทและสัดส่วนของจำนวนหุ้นที่ถืออยู่
ทำความรู้จัก ห้างหุ้นส่วน คืออะไร

ทำความรู้จัก ห้างหุ้นส่วน คืออะไร

ห้างหุ้นส่วน หรือชื่อที่พูดกันติดปากว่า หจก. เป็นการจัดตั้งรูปแบบกิจการที่จดทะเบียนได้ง่ายมาก โดยมีผู้ลงทุนจดทะเบียน หรือที่เรียกกันว่าผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 2 คนเป็นต้นไป และใช้เงินทุนที่น้อย พร้อมกับการแบ่งสัดส่วนการถือหุ้นที่มีอัตราส่วนเท่าๆ กันทุกคน รวมถึงการแบ่งสัดส่วนของกำไรที่เฉลี่ยเท่าๆ กันตามสัดส่วนหุ้นด้วยเช่นกัน จึงถูกเรียกว่า ห้างหุ้นส่วน ตามความหมายด้านสิทธิ์การเป็นเจ้าของนั่นเอง ในด้านรูปแบบการจัดการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจะแบ่งเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้

  • กิจการห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือแบบที่เรียกกันว่า กิจการเจ้าของคนเดียว (Ordinary Partnership) รูปแบบการจัดตั้ง หจก. นี้ หุ้นส่วนทุกคนจะต้องรับผิดชอบหนี้สินของกิจการต่างๆ ร่วมกัน และเจ้าของกิจการสามารถเรียกร้องให้ผู้ถือหุ้นหรือคณะกรรมการสามารถใช้หนี้สินจากสินทรัพย์ส่วนตัวในการชำระด้วยได้ ด้านสิทธิ์การตัดสินใจดำเนินทิศทางกิจการจะต้องให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นทั้งหมด
  • กิจการแบบห้างหุ้นส่วนจำกัด เป็นรูปแบบการก่อตั้งที่ต้องเลือกว่าจะจัดผู้ถือหุ้นแบบไหน ระหว่างหุ้นส่วนแบบจำกัดความรับผิด หมายถึง สัดส่วนการรับผิดชอบหนี้สินที่ให้รับผิดชอบเพียงแค่ส่วนการลงทุนของตนเองเท่านั้น ไม่สามารถเป็นหุ้นส่วนของผู้จัดการร่วมด้วยได้ และหุ้นส่วนแบบไม่จำกัดความรับผิด หมายถึง การรับผิดชอบหนี้สินทั้งหมดของกิจการแบบร่วมกันทุกคน โดยที่ทุกคนสามารถเป็นหุ้นส่วนร่วมของผู้จัดการได้เต็มสิทธิ์
บริษัท กับ ห้างหุ้นส่วน ต่างกันยังไง

ไขข้อข้องใจ บริษัท กับ ห้างหุ้นส่วน ต่างกันยังไง

บริษัท กับ ห้างหุ้นส่วน เป็นทางเลือกที่เจ้าของธุรกิจค่อนข้างตัดสินใจได้ยากในการเริ่มต้นจดทะเบียนเพื่อต่อยอดดำเนินการกิจการขั้นต่อไป ดังนั้น ในหัวข้อต่อไปจะพูดถึงจุดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนว่า หจก. กับบริษัทต่างกันยังไง

จำนวนผู้ร่วมลงทุน

จำนวนผู้ร่วมลงทุนก่อตั้งบริษัท จะต้องมีอย่างน้อย 3 คนเป็นต้นไป ส่วนจำนวนผู้ร่วมลงทุนก่อตั้งห้างหุ้นส่วน จะต้องมีอย่างน้อย 2 คนเป็นต้นไป

การลงทุน

การลงทุนของการจดทะเบียนบริษัท จะต้องแบ่งเงินทุนของผู้ก่อตั้งออกเป็นจำนวนหุ้น โดยขั้นต่ำอยู่ที่หุ้นละ 5 บาท สามารถกำหนดได้ว่าผู้ก่อตั้งคนไหนจะถือไว้กี่หุ้นตามจำนวนของสัดส่วนเงินลงทุน ส่วนการจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วน ไม่มีกำหนดจำนวนเงินที่ใช้ และไม่ต้องมีการแบ่งสัดส่วนหุ้นของผู้ร่วมก่อตั้ง นอกจากนี้ แต่ละคนยังสามารถใช้ทุนการจดทะเบียน หจก. เป็นเงิน ทรัพย์สิน หรือแรงงานร่วมด้วยก็ได้

การประชุมประจำปี

การประชุมสามัญประจำปีของการจดทะเบียนรูปแบบบริษัท บังคับให้ต้องมีการเรียกประชุมสามัญผู้ถือหุ้นทุกปี ส่วนการจดทะเบียนแบบห้างหุ้นส่วน จะเรียกประชุมประจำปี หรือไม่ต้องมีการเรียกประชุมเลยก็ได้

การปิดงบประมาณประจำปี

ผู้ที่สามารถเซ็นปิดงบของบริษัท จะต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือ CPA เท่านั้น ส่วนทางด้านห้างหุ้นส่วน จะเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) หรือเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) คนใดคนหนึ่งก็ได้

การทำบัญชี และการเสียภาษี

ในส่วนของการทำบัญชีและการเสียภาษี ไม่ว่าจะเลือกจดทะเบียนกิจการแบบบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน จะต้องทำบัญชีตามมาตรฐานของกฎหมาย และต้องเสียภาษีประเภทอัตราภาษีก้าวหน้า หรือประเภทของภาษีที่จะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเมื่อมีฐานภาษีเพิ่มขึ้นตาม โดยประเภทและขนาดของกิจการจะเป็นข้อมูลหลักในการทำบัญชีและการทำเรื่องเกี่ยวกับภาษี

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการจัดตั้งบริษัทอยู่ที่ 5,000 บาท และค่าธรรมเนียมในการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนอยู่ที่ 1,000 บาท

ความรับผิดชอบในหนี้สิน

ผู้ถือหุ้นของบริษัท จะรับผิดชอบในส่วนของหนี้สินจากเงินลงทุนจดทะเบียนในจำนวนหุ้นที่ยังไม่ได้ชำระเท่านั้น ส่วนห้างหุ้นส่วน ขึ้นอยู่กับรูปแบบการตกลงกันว่าจะรับผิดชอบแบบใด ระหว่างหุ้นส่วนผู้จัดการ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนแบบไม่จำกัดความรับผิดชอบ ไม่จำกัดจำนวนหนี้สินของแต่ละบุคคล รับผิดชอบร่วมกัน หรืออีกแบบคือหุ้นส่วนทั่วไป ซึ่งผู้ลงทุน หรือผู้ถือหุ้นจะรับผิดชอบเฉพาะจำนวนเงินลงทุนของตนเองเท่านั้น

ความน่าเชื่อถือ

ถึงแม้ว่าความละเอียดของข้อมูล และการดำเนินการจดทะเบียนแบบบริษัทจะดูมีความน่าเชื่อถือมากกว่า แต่สำหรับการจดทะเบียนแบบห้างหุ้นส่วนเอง ก็ดำเนินการได้ง่ายมากกว่าด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น ด้านความน่าเชื่อถือของการจดทะเบียนจะขึ้นอยู่กับการบริหารกิจการของคุณเป็นหลักมากกว่า
บริษัทกับห้างหุ้นส่วน มีอะไรเหมือนกัน

บริษัทกับห้างหุ้นส่วน มีอะไรเหมือนกัน

สิ่งที่เหมือนกันของการเลือกจดทะเบียนกิจการเป็นแบบบริษัทกับห้างหุ้นส่วน ที่เรียกได้ว่าเป็นข้อดีที่ยากต่อการตัดสินใจของผู้ประกอบการและผู้ลงทุนหลายๆ คน ดังนี้

  • การหาเงินทุนจัดตั้งบริษัทและห้างหุ้นส่วนสามารถทำได้ง่ายมาก และไม่ต้องยื่นโครงการใดๆ ทั้งสิ้น เพราะสามารถรวบรวมเงินทุนจากผู้ถือหุ้นตามจำนวนที่ต้องการจดทะเบียนร่วมกันได้เลย
  • อัตราการจ่ายภาษีของทั้ง 2 รูปแบบจะเป็นการจ่ายอัตราภาษีก้าวหน้า หรือการจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นเมื่อมีฐานภาษีเพิ่มตาม รวมถึงกฎหมายด้านการทำมาตรฐานบัญชีและด้านภาษีทั้งหมดก็ใช้มาตรฐานเดียวกัน
  • การปิดงบการเงินประจำปีจะต้องทำตามมาตรฐานเหมือนกันทั้งบริษัทและห้างหุ้นส่วน
  • ระยะเวลาของการดำเนินการก่อตั้งจดทะเบียนไม่แตกต่างกัน
จดทะเบียนแบบ บริษัท กับ ห้างหุ้นส่วน แบบไหนดีกว่ากัน

จดทะเบียนแบบ บริษัท กับ ห้างหุ้นส่วน แบบไหนดีกว่ากัน

ด้านความน่าเชื่อถือเรียกได้ว่า ทั้งบริษัทกับห้างหุ้นส่วนต่างก็มีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป และเป็นประเด็นที่ไม่สามารถสรุปไปยังทางใดทางหนึ่งได้ แต่สามารถอ้างอิงจากข้อมูลภาพรวมประกอบการพิจารณาให้เหมาะกับกิจการของคุณได้ ดังนี้

ข้อดีของการจดทะเบียนบริษัท

  • การเลือกจดทะเบียนแบบบริษัท จะเหมาะกับการเน้นสร้างความน่าเชื่อถือเมื่อเข้าติดต่อลูกค้าจำนวนมาก หรือต้องมีการประสานงานกับทางองค์กรใหญ่ เน้นเป็นรูปแบบการทำงานอย่างเป็นมืออาชีพสูง
  • ด้านความเสี่ยงของการจดทะเบียนรูปแบบบริษัทเมื่อเกิดการขาดทุนหรือเกิดเป็นคดีความขึ้นมา ผู้ถือหุ้นจะรับผิดชอบเพียงแค่หุ้นที่ได้ลงทุนไปเมื่อตอนก่อตั้งเท่านั้น
  • บริษัทยังคงดำเนินกิจการต่อไปได้ ถึงแม้ว่าตัวผู้ถือหุ้นเสียชีวิต หรือถูกศาลสั่งฟ้องเป็นบุคคลล้มละลาย
  • ในกรณีที่ผิดนัดชำระหนี้ของหุ้นที่ลงทุนอยู่ เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิ์ในการยึดทรัพย์ส่วนตัวของผู้ถือหุ้นได้
  • ความเสี่ยงที่ผู้ถือหุ้นทุกคนแบกรับจากการก่อตั้งบริษัทจะน้อยมาก เพราะทุกคนจะกระจายความเสี่ยงไปยังจำนวนหุ้นที่เฉลี่ยเท่าๆ กัน หรือรับผิดชอบเพียงแค่สัดส่วนตามที่ตนเองลงทุนไว้เท่านั้น

ข้อดีของการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน

  • สำหรับการจดทะเบียนแบบห้างหุ้นส่วนจะคล้ายกับธุรกิจเล็กๆ ที่เปิดร่วมกันกับเพื่อนหรือครอบครัวเพราะมีขั้นตอนรายละเอียดการดำเนินการก่อตั้งที่ไม่ยุ่งยากเท่ากับบริษัท และใช้ทุนน้อยกว่ามาก จึงขึ้นอยู่กับรูปแบบกิจการของคุณ สามารถเลือกได้ตามจุดประสงค์การดำเนินงานได้
  • ความเสี่ยงของการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนนั้น ขึ้นอยู่กับการตกลงกันของกลุ่มผู้ถือหุ้นทุกคนร่วมกันว่าจะต้องรับผิดชอบรวมทั้งหมดด้วยกัน หรือรับผิดชอบแค่ส่วนที่ตนเองได้ลงทุนไปเท่านั้น
  • ทุนสำหรับการใช้จดทะเบียนก่อตั้งห้างหุ้นส่วน สามารถเริ่มต้นด้วยเงินทุนขั้นต่ำเท่าไรก็ได้ และยังสามารถใช้ทุนเป็นด้านแรงงานที่ต้องดำเนินการร่วมกับผู้จัดการ หรือใช้เป็นทรัพย์สินแทนก็ได้ จึงง่ายในการเริ่มต้นอย่างรวดเร็วและความเสี่ยงน้อย
  • ค่าธรรมเนียมของการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนน้อยมากกว่าการจดทะเบียนบริษัทถึง 5 เท่า โดยมีค่าใช้จ่ายเพียงแค่ 1,000 บาทเท่านั้น 
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัดสามารถเชิญชวนบุคคลอื่นเข้ามาร่วมกิจการในฐานะการลงทุนแบบแรงงานแทนเงินทุนด้วยได้ เพื่อต่อยอดทักษะสำหรับการทำธุรกิจให้เติบโตมากขึ้น โดยที่ใช้เงินทุนน้อยมากด้วยเช่นกัน

จะเห็นได้ว่าการจดทะเบียนเพื่อดำเนินการขยายความมั่นคงให้กับกิจการทั้งสองรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ต่างก็มีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความสนใจของผู้ลงทุนว่าสนใจต่อยอดหรือเริ่มต้นทำธุรกิจประเภทใด มีทิศทางการบริหารด้วยจุดประสงค์แบบไหน แล้วค่อยดึงจุดเด่นความแตกต่างระหว่าง หจก. กับบริษัทมาประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับว่าข้อดีและข้อเสียของแต่ละประเภทจะตอบโจทย์กับกิจการของเราหรือไม่

สรุป

เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่าง พร้อมทั้งข้อดีของทั้งการจดทะเบียนบริษัทและการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนไปแล้ว พอจะเห็นภาพขึ้นมาบ้างหรือยังว่าธุรกิจที่คุณกำลังจะทำนั้นเหมาะกับการจดทะเบียนแบบใดมากกว่ากัน ขอให้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพราะการจดทะเบียนจะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เข้ามากำหนดทิศทางธุรกิจของคุณ

รับรองว่าข้อมูลทั้งหมดนี้จะช่วยไขข้อสงสัยให้กับเจ้าของกิจการได้อย่างแน่นอน กับคำถามยอดนิยมว่าควรเลือกจดทะเบียนบริษัทกับหจก.แบบไหนดีกว่า อาจสรุปได้ว่าต้องพิจารณาข้อมูลโดยรวมหลายๆ ด้าน ร่วมกับจุดประสงค์ในการบริหารและรูปแบบของธุรกิจสำหรับของคุณด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น การเลือกกระจายความเสี่ยงจากการเริ่มต้นจดทะเบียนให้เหมาะสมจึงง่ายต่อการเติบโตได้รวดเร็วขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

07 ธันวาคม 2566
04 ธันวาคม 2566
04 ธันวาคม 2566
30 พฤศจิกายน 2566
26 ตุลาคม 2566
26 ตุลาคม 2566
26 ตุลาคม 2566

เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้แบ่งปันข้อมูลดี ๆ ให้กับคุณ

หากคุณต้องการ เช่าออฟฟิศ สามารถติดต่อเราได้เลย