7 ทริค ช่วยให้การทำงานเป็นทีม มีประสิทธิภาพมากขึ้น

หลักการทำงานเป็นทีม

สารบัญ

หลายๆ องค์กรในปัจจุบันได้เริ่มให้ความสำคัญ และใส่ใจกับพนักงานมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการให้อิสระในการทำงาน หรือการทำงานแบบมีส่วนร่วมที่มีการพูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งรูปแบบการทำงานแบบนี้เป็นรูปแบบของการทำงานเป็นทีม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผลงาน และทำให้องค์กรเติบโตได้ดียิ่งขึ้น และถ้าหากองค์กรไหนยังไม่มีระบบการทำงานเป็นทีม หรือต้องการให้พนักงานนั้นได้ทำงานแบบมีส่วนร่วม ก็สามารถนำ 7 เทคนิคที่ได้รวบรวมไว้ในบทความนี้ไปปรับใช้ได้ พร้อมกับความสำคัญ และประโยชน์ของการทำงานเป็นทีมที่ทุกคนควรรู้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีต่อองค์กร และพนักงานทุกๆ คน โดยแต่ละเทคนิคนั้นสามารถทำได้อย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย

ประโยชน์ของการทำงานเป็นทีม

การทำงานเป็นทีมมีประโยชน์อย่างไร

สุภาษิตไทยที่ว่า “สองหัวดีกว่าหัวเดียว” เป็นสุภาษิตที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความหมายของการทำงานเป็นทีมได้เป็นอย่างดี และถ้าหากแปลตรงตัวก็สามารถสื่อออกมาได้ว่า การทำงานแบบช่วยกันคิด และช่วยกันทำ พร้อมกับแบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกัน และแชร์ปัญหาต่างๆ ในการทำงาน จะทำให้ผลงานที่ได้นั้นมีประสิทธิภาพดีกว่าการทำงานคนเดียวอย่างแน่นอน เพราะการทำงานคนเดียวในบางครั้งนั้นอาจทำให้คุณมองข้อบกพร่อง หรือจุดที่ต้องแก้ไขไม่ออกได้

การมีเพื่อนร่วมงานเข้ามาช่วยอีกหนึ่งคน หรือมากกว่านั้น จะทำให้การทำงานดำเนินไปได้อย่างราบรื่น และความสัมพันธ์ของทุกคนภายในทีมก็จะดีมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นหลักการทำงานเป็นทีมยังช่วยส่งเสริมให้องค์กรพัฒนาได้อย่างรวดเร็วเป็นหนึ่งในวิธีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่ดีมากอย่างหนึ่ง โดยประโยชน์ของการทำงานเป็นทีม มีดังนี้

  • ช่วยให้การทำงานเป็นระบบ
  • เกิดความสามัคคีในที่ทำงาน
  • ช่วยให้พนักงานทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
  • เพิ่มผลผลิต และทำให้ผลลัพธ์ทางธุรกิจดีขึ้น
  • เกิดความคิด หรือไอเดียสร้างสรรค์ในการทำงานใหม่ๆ
  • ช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจ และแรงจูงใจของพนักงาน
  • สร้างความรักใคร่ และความเข้าอกเข้าใจในที่ทำงาน

หลักการทำงานเป็นทีม

7 ทริคสำคัญช่วยสร้างการทำงานเป็นทีม

หลังจากทราบประโยชน์ของการทำงานเป็นทีมไปแล้ว อาจทำให้พนักงาน หรือองค์กรต่างๆ มองเห็นถึงความสำคัญของการทำงานเป็นทีมมากขึ้น ต่อจากนี้จะเป็นหลักการทำงานเป็นทีม โดยหลักการนี้สามารถแบ่งออกเป็น 7 หลักการด้วยกัน โดยแต่ละหลักการมีรายละเอียด ดังนี้

• ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน

หลักการทำงานเป็นทีมที่สำคัญที่สุด คือ การตั้งเป้าหมายในการทำงานให้ชัดเจน และทุกคนในทีมจะต้องให้ความร่วมมือ และทำความเข้าใจ เพื่อรับรู้ถึงขอบเขต และทิศทางการทำงาน รวมถึงรายละเอียดของงานที่ได้รับการมอบหมาย ซึ่งเป็นการป้องกันการเข้าใจผิด การบิดเบือนข้อมูล หรือข้อมูลตกหล่น ดังนั้น การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกัน สามารถส่งผลให้การทำงานของทุกคนภายในทีมมีประสิทธิภาพดีมากยิ่งขึ้น

• พูดคุยกันมากขึ้น

การสื่อสาร ถือว่าเป็นหลักการทำงานเป็นทีมที่มีความสำคัญต่อการทำงานร่วมกัน และหลายๆ องค์กรก็ได้มองเห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารอยู่เสมอ จนมีเทรนด์การทำงานรูปแบบของ Agile ออกมา แต่ยังคงเป็นรูปแบบการทำงานที่เน้นไปที่เรื่องของการสื่อสาร และทำงานในรูปแบบของการร่วมมือกันเป็นทีม โดยมีวัตถุประสงค์ของการสื่อสาร คือ เพื่อแจ้งข่าวสารต่างๆ ในขณะที่ทำงาน

การพูดคุยของพนักงานภายในองค์กรอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องของการทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ทุกคนสามารถพูดคุยเรื่องความสนใจส่วนตัว หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆ ก็ได้เช่นกัน เพราะถือว่าเป็นการสร้างความคุ้นเคย ความสบายใจ และความเชื่อใจให้กันและกัน ให้กับทุกคนภายในทีม

• เปิดโอกาสให้เสนอความคิดเห็น

ภายในองค์กร หรือภายในทีมจะต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนมีสิทธิได้เสนอไอเดียต่างๆ หรือความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ และเท่าเทียม โดยไม่มีการปิดกั้นการเสนอความคิดเห็นใดๆ หรือตำหนิ ซึ่งองค์กรหลายๆ แห่งที่ได้ให้ทีมงานทำการ Brainstorm เพื่อให้ทุกคนได้นำเสนอไอเดียของตัวเองในการทำงาน และรับฟังทุกความคิดเห็นร่วมกันอย่างตั้งใจ ซึ่งเป็นหลักการทำงานเป็นทีมที่จะส่งผลให้ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ได้รับการยอมรับ และพร้อมที่จะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม

ระบบการทำงานเป็นความสำคัญของกานทำงานเป็นทีม

• มีระบบการทำงานที่ชัดเจน

ก่อนวางระบบงาน หรือแบ่งภาระงาน เป็นอีกความสำคัญของการทำงานเป็นทีม ซึ่งผู้ที่ทำหน้าที่แบ่งภาระงานนั้นควรตรวจสอบศักยภาพการทำงานของทุกคนภายในทีมแต่ละคนว่าใครถนัดการทำงานแบบไหน หรือสามารถรับผิดชอบงานในส่วนไหนได้ดี อย่างเช่น บางคนเก่งเรื่องวางแผน หรือบางคนเก่งเรื่องหาข้อมูล เป็นต้น หลังจากนั้นจึงค่อยทำการแบ่งภาระงาน และขอบเขตของงานให้แต่ละคนอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสับสน หรือทำงานกันซับซ้อน ซึ่งวิธีนี้เป็นการดึงศักยภาพของแต่ละคนภายในทีมให้ได้ใช้ความถนัดที่มีอยู่กับงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่

• สร้างความสัมพันธ์ในองค์กร

สิ่งที่ขาดไม่ได้ และมีความสำคัญอย่างมากต่อการทำงานในทุกรูปแบบ คือ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กร เพราะถ้าหากความสัมพันธ์ในที่ทำงานไม่ดี อาจทำให้คนในทีมไม่อยากมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ แถมยังส่งผลต่อประสิทธิภาพของผลงาน และการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนอีกด้วย

ซึ่งทางองค์กรสามารถจัดทริปพาพนักงานไปเที่ยวต่างจังหวัด กินเลี้ยง หรือทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อสร้างบรรยากาศให้สังคมการทำงานมีความเข้าอกเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น แถมยังเป็นการช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับทุกคนภายในทีมได้รู้สึกอุ่นใจ และพร้อมที่จะทำงานไปด้วยกัน

หลักการทำงานเป็นทีมจะต้องให้ feedback ที่ดี

• ให้ Feedback ที่ดีในการทำงาน

การให้ Feedback จะมีทั้งด้านดี และด้านลบ แต่ไม่ว่าจะด้านไหนก็ต้องสื่อสารด้วยความเข้าใจ สีหน้าท่าทางที่ดี และบรรยากาศรอบๆ ต้องแสดงออกถึงความเป็นมิตร นอกจากนั้นยังต้องไม่ใช้อารมรณ์ หรือบิดเบือนข้อมูล เพื่อให้ผู้รับฟังนั้นรู้สึกผ่อนคลาย ไม่กดดัน และสามารถรับข้อมูลได้อย่างถูกต้อง

สำหรับประโยชน์ของการให้ feedback แต่ละบุคคลหรือแบบทั้งกลุ่มก็ตาม ก็เพื่อให้ทีมมีความเข้าใจในการทำงาน และยังเป็นการฝึกให้ยอมรับฟังข้อติชม ข้อเสนอแนะ ซึ่งอาจจะนำไปสู่การพัฒนาผลงาน และการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม

• จัดอบรมให้พนักงานหรือคนในทีม

การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยการจัดอบรม หรือการ Training เป็นโอกาสที่จะช่วยให้ทุกคนในทีมได้รับความรู้เพิ่มเติม และเข้าใจเนื้อหาของงานที่ทำอย่างลึกซึ้ง หรือจะเป็นการเปิดโอกาสให้พนักงานได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่สนใจ และเกี่ยวข้องกับเนื้องานที่ทำ เพื่อนำมาปรับใช้ในการพัฒนาองค์กร และยังเป็นการสร้างมาตรฐานการทำงานเป็นทีมให้ไปในรูปแบบเดียวกัน แถมยังช่วยลดความผิดพลาดของงานได้อีกด้วย

หลักการทำงานเป็นทีมที่ดี

5 สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่ออยากสร้างการทำงานเป็นทีม

นอกจากการทำงานเป็นทีมที่จะต้องอาศัยการพูดคุย การวางระบบทำงานให้ชัดเจน หรือหลักการอื่นๆ ตามข้างต้น ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ต้องนำไปปรับใช้ในการทำงาน แต่หลักการทำงานเป็นทีมที่ดี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ควรหลีกเลี่ยง 5 สิ่ง ดังนี้

• ไม่รับฟังคนในทีม

การมีความมั่นใจ และสามารถตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่เมื่อทำงานเป็นทีม จะต้องพยายามใส่ใจคนในทีมด้วย อย่างเช่น การเปิดรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือข้อติชมต่างๆ และถ้าหากต้องตัดสินใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อาจจะต้องปรึกษากันในทีม เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นก่อน และถ้าหากมีการปฏิเสธที่จะรับฟัง การทำงานรูปแบบนี้จะไม่ใช่ระบบการทำงานเป็นทีมอีกต่อไป แถมยังก่อให้เกิดความไม่พอใจ หรือความขัดแย้ง ที่จะนำไปสู่ประสิทธิภาพของการทำงานที่แย่ลงอีกด้วย

• ตัดสินใจด้วยอารมณ์

ถ้าหากใช้อารมณ์เป็นตัวตัดสินใจในการทำงาน จะแสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพ และขาดทักษะการทำงานเป็นทีมที่ดี แถมยังทำให้คนในทีมรู้สึกแย่ตามไปด้วย ส่งผลให้เกิดความรู้สึกด้านลบให้กันและกัน ดังนั้น ทุกคนจึงควรนึกเสมอว่าคุณกำลังทำงานเป็นทีม และการตัดสินใจในทุกๆ เรื่อง ควรมีการปรึกษากับคนในทีมด้วยเหตุผล และไม่ใช้อารมณ์อย่างเด็ดขาด

• เมื่อได้รับโปรเจกต์ให้ทำงานเป็นทีมไม่ควรทำเดี่ยว

ความสำคัญของการทำงานเป็นทีม คือ เมื่อได้รับมอบหมายให้ทำงานเป็นทีมในโปรเจกต์ใดก็ตาม ควรทำงานให้เป็นระบบทีม และไม่ควรทำด้วยตัวเองทั้งหมด หรือถ้าหากเพื่อนร่วมทีมของคุณส่งงานต่อมาให้ แต่งานนั้นยังไม่เรียบร้อยดีที่จะสามารถทำต่อได้ คุณต้องทำการแจ้งเพื่อนร่วมทีมให้ทำการแก้ไขเสียก่อน ซึ่งการแจ้งนั้นอาจจะใช้วิธีการพูดแบบประนีประนอม เพื่อเป็นการรักษาความสัมพันธ์ที่ดี และไม่ให้ผิดใจกัน

• ให้อิสระมากเกินไปกับคนในทีม

ความยืดหยุ่นจะช่วยให้ทีมทำงานได้อย่างอิสระ ผ่อนคลาย ไม่รู้สึกกดดัน และอาจเกิดไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ ขึ้นได้ ซึ่งจะช่วยให้ผลงานดีขึ้น แต่การที่ให้อิสระมากเกินไปก็สามารถส่งผลเสียต่องานได้ เช่น งานไม่เสร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ หรือควบคุมการทำงานได้ยาก ดังนั้น องค์กรจึงควรสร้างกฎระเบียบเล็กๆ น้อยๆ ให้พนักงานรู้สึกว่ายังคงต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ที่องค์กรวางไว้ ไม่ว่าจะเป็นการนัดประชุม หรือการอัปเดตงานของแต่ละคน เพื่อให้ผู้นำทีมได้รับทราบว่า งานแต่ละชิ้นที่คุณได้รับมอบหมายนั้นไปถึงกระบวนการไหนแล้ว

• โยนความผิดให้กัน

ทุกคนจะต้องเจอปัญหาในโลกของการทำงานอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาใหญ่ หรือปัญหาเล็ก แต่สิ่งที่ผู้นำ หรือทุกคนภายในทีมไม่ควรทำเด็ดขาด คือ การพยายามโยนความผิดให้กันและกัน หรือพยายามหาว่าใครเป็นคนทำผิดในส่วนงานๆ นั้น เพราะนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ แล้ว ยังเป็นการเสียเวลาอีกด้วย แถมยังทำให้คนในทีมรู้สึกแย่จากการที่ถูกต่อว่า หรือถูกโยนความผิดได้ ดังนั้น การทำงานเป็นทีมที่ดีจะต้องช่วยเหลือกัน และไม่โยนความผิดให้กัน

การทํางานเป็นทีมต้องเริ่มจากวิสัยทัศน์ของผู้นำที่จะต้องกล้าเปลี่ยนแปลง และพยายามนำหลักการทำงานเป็นทีมที่ได้ทำการแนะนำไปแล้วมาปรับใช้ โดยสามารถเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ อย่างการรับฟังความคิดเห็นของคนในทีม วางเป้าหมายร่วมกัน หรือการให้ Feedback ที่ดี ก็สามารถช่วยให้พนักงานทุกคนทราบถึงแนวทาง และทิศทางของการทำงานได้ นอกจากนั้นยังสามารถนำพาให้องค์กรพัฒนาขึ้น และบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ แถมยังช่วยให้ทุกคนในทีมทำงานกันอย่างมีความสุข สามัคคี และมีความเข้าใจกันและกันมากยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าทีมมีความสามัคคีแล้วยังสามารถปรับรูปแบบการทำงานให้เฮลท์ตี้ขึ้นได้อีกด้วย อย่างเช่นเทคนิคการทำงานแบบ Agile ที่ต้องใช้ความไว้วางใจของคนในทีมเยอะมากๆ แลกมากับผลลัพธ์และประสิทธิภาพในการทำงานที่พิสูจน์แล้วว่าดีจริง! 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

29 พฤษภาคม 2567
29 พฤษภาคม 2567
29 พฤษภาคม 2567
19 เมษายน 2567
19 เมษายน 2567
19 เมษายน 2567

เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้แบ่งปันข้อมูลดี ๆ ให้กับคุณ

หากคุณต้องการ เช่าออฟฟิศ สามารถติดต่อเราได้เลย