วิธียื่นภาษีออนไลน์ และ เทคนิคลดหย่อน ที่เด็กจบใหม่ต้องรู้

หลังจากที่จบการศึกษา เส้นทางชีวิตของหลายคนคงเข้าสู่วงจรของมนุษย์เงินเดือน และคำถามต่อมาที่จะเข้ามาในความคิดของคุณคือ จะต้องยื่นภาษีไหม? หรือยื่นภาษีอย่างไร? ซึ่งในปัจจุบันนี้มีวิธียื่นภาษาออนไลน์เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการดำเนินเรื่องเกี่ยวกับภาษี และในบทความชิ้นนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับวิธีการยื่นภาษีออนไลน์ พร้อมกับเทคนิคลดหย่อนที่เด็กจบใหม่ต้องรู้ จะมีรายละเอียดที่น่าสนใจอะไรบ้าง ไปติดตามกันได้เลย ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คืออะไร?

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คืออะไร?

สิ่งแรกที่คุณจะเป็นต้องรู้ก่อนคือ นิยามของคำว่า “ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” นั้นมีความหมาย และเกี่ยวข้องกับคุณอย่างไร โดยกรมสรรพากรซึ่งมีหน้าที่บริหารจัดการภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องได้นิยามไว้ว่า “ภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไป หรือจากหน่วยภาษีที่มีลักษณะพิเศษ ตามที่กฎหมายกำหนด และมีรายได้เกิดขึ้น ตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยปกติจัดเก็บเป็นรายปี รายได้ที่เกิดขึ้นในปีใดๆ ผู้มีรายได้มีหน้าที่ต้องนำไปแสดงรายการตนเอง ตามแบบแสดงรายการภาษีที่กำหนด ภายในเดือนมกราคม ถึงมีนาคมของปีถัดไป..” ใครที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาบ้าง?

ใครที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาบ้าง?

เมื่อได้รู้นิยาม และความหมายที่แท้จริงของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากันไปแล้ว คำถามต่อมาที่หลายคนสงสัยคือ ใครบ้างที่ต้องทำเรื่องยื่นภาษี คำตอบคือ คนไทยทุกคนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็น 2 กรณีตามสถานะคือ โสด และสมรสแล้ว 
  • คนโสด 
คนโสดที่มีงานประจำ และได้เงินเดือนตั้งแต่ 10,000 บาท หรือรวมเป็นรายได้ต่อปี 120,000 บาท ส่วนคนโสดที่ไม่ได้มีงานประจำ ได้รับเงินเดือนตั้งแต่ 5,000 บาท หรือรวมเป็นรายได้ต่อปี 60,000 บาท ต้องมีหน้าที่เสียภาษี 
  • คนสมรสแล้ว 
คนสมรสแล้วที่มีงานประจำ และได้เงินเดือนตั้งแต่ 18,333 บาท หรือรวมเป็นรายได้ต่อปี 220,000 บาทส่วนคนสมรสแล้วไม่ได้มีงานประจำ ได้รับเงินเดือนตั้งแต่ 10,000 บาท หรือรวมเป็นรายได้ต่อปี 120,000 บาท ต้องมีหน้าที่เสียภาษี  เอกสารที่ต้องใช้ยื่นภาษีมีอะไรบ้าง?

เอกสารที่ต้องใช้ยื่นภาษีมีอะไรบ้าง?

การยื่นภาษีจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท 1. ภ.ง.ด. 91 สำหรับผู้ที่มีรายได้เป็นเงินเดือนเพียงช่องทางเดียว และ 2. ภ.ง.ด. 90 สำหรับผู้ที่มีรายได้ช่องทางอื่นๆ นอกจากเงินเดือน แต่ทั้ง 2 ส่วนนี้จะต้องเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นภาษีตามรายละเอียด ดังนี้ 
  • ใบ 50 ทวิ หรือหนังสือรับรองภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซึ่งจะเป็นเอกสารที่แสดงถึงรายได้ตลอดทั้งปีที่มีการหักชำระกองทุน และเงินทุนสำรองต่างๆ เป็นที่เรียบร้อย 
  • รายการต่างๆ ที่เตรียมไว้เพื่อลดหย่อนภาษี ตัวอย่าง ค่าลดหย่อนคู่สมรส, ค่าลดหย่อนบุตร, ค่าลดหย่อนบิดามารดา, ค่าลดหย่อนผู้พิการ หรือค่าฝากครรภ์และทำคลอด เป็นต้น 
  • เอกสารประกอบการลดหย่อนภาษี เพื่อประกอบการกรอกแบบฟอร์มยื่นภาษี ตัวอย่าง ประกันสุขภาพ, กองทุนเบี้ยประกันชีวิต หรือรายการซื้อสินค้า และบริการต่างๆ เองก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 
วิธีการยื่นภาษีออนไลน์แบบง่ายๆ

วิธีการยื่นภาษีออนไลน์แบบง่ายๆ 

การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเรื่องใกล้ตัว และควรทำความเข้าใจให้ลึกซึ้ง เพราะทุกคนที่มีรายรับจำเป็นต้องเสียภาษีนั้นเอง ระบบการจัดการด้านภาษีในปัจจุบันเป็นเรื่องสะดวก และเข้าถึงง่ายมากยิ่งขึ้น เมื่อมีวิธียื่นภาษีออนไลน์ผ่านระบบ E-filing ของกรมสรรพากรที่พร้อมใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยขั้นตอนพื้นฐานมีดังต่อไปนี้ 

1. เข้าเว็บไซต์ของกรมสรรพากร

ลำดับแรกเข้าไปยังหน้าเว็บไซต์ของกรมสรรพากร เมื่อเข้ามาที่หน้าเว็บไซต์แล้ว ให้ทำการกดเข้าสู่เมนู “ยื่นแบบออนไลน์” หากใครที่นี่เป็นการเข้าครั้งแรก และยังไม่มีบัญชีกับทางเว็บไซต์ ให้ทำการสมัครสมาชิกก่อน เพื่อเปิดบัญชีใช้งาน โดยจะต้องกรอกแบบฟอร์มที่ทางเว็บไซต์มีให้ครบถ้วน

2. เข้าระบบ E-filing ในเว็บไซต์ของกรมสรรพากร

หากคุณทำการสมัครสมาชิก และเปิดบัญชีกับทางเว็บไซต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไปที่หน้าต่างเข้าระบบ E-filing ของกรมสรรพากรได้เลย โดยที่หน้านี้คุณจะต้องทำการกรอกเลขบัตรประชาชนในช่องชื่อผู้ใช้งาน และกรอกรหัสผ่านที่ทำการตั้งค่าไว้ เมื่อกดตกลงแล้ว ระบบจะทำการส่งรหัสยืนยันตัวตน หรือรหัส OTP เข้ามายังเบอร์โทรศัพท์มือถือของคุณ

3. เลือกยื่นแบบภาษีเงินได้ ภ.ง.ด. 90/91

หน้าต่างจะปรากฏรายละเอียดเงื่อนไข และข้อตกลงในการใช้งานระบบของสรรพากรให้คุณยอมรับ และเข้าสู่ระบบของเว็บไซต์ พร้อมกดเลือก “ยื่นแบบออนไลน์” ประเภทภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด. 90/91 

4. กรอกข้อมูลผู้เสียภาษีให้ถูกต้อง

เมื่อหน้าจอโหลดเข้ามาสู่หน้าต่างถัดมา จะสังเกตได้ว่าหน้าต่างจะมีแบบฟอร์มข้อมูลผู้เสียภาษีให้คุณทำการใส่รายละเอียดตามแบบฟอร์มทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชื่อ-นามสกุล, เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร, วัน-เดือน-ปีเกิด, สถานที่ที่สามารถติดต่อได้ และอื่นๆ ควรตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนที่จะกดยืนยันเพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินการ ถ้าตรวจสอบมั่นใจแล้วก็กดถัดไปได้เลย 

5. กรอกข้อมูลรายได้จากเงินเดือน

ข้อมูลในส่วนนี้จะเป็นการใส่รายละเอียดเกี่ยวกับเงินเดือนที่คุณได้รับมา โดยจะอยู่ในเอกสารอย่างใบ 50 ทวิ ที่เป็นหนังสือรับรองภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งข้อมูลที่ต้องนำมาใส่คือ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัทที่คุณทำงานซึ่งในแบบฟอร์มจะเขียนว่า ผู้จ่ายเงินได้ นั้นเอง ในกรณีที่คุณทำการย้ายบริษัทก็จำเป็นต้องขอใบ 50 ทวิมาเพื่อกรอกข้อมูลส่วนนี้ด้วยทุกครั้งที่ทำการยื่นภาษี 

6. กรอกข้อมูลค่าลดหย่อนต่างๆ ที่มี

ในส่วนนี้จะเป็นการลดหย่อนภาษี หากใครที่มีเอกสาร หรือสิทธิในการลดหย่อนภาษีได้เช่น ค่าลดหย่อนคู่สมรส, ค่าลดหย่อนบุตร, ค่าลดหย่อนบิดามารดา, ค่าลดหย่อนผู้พิการ หรือค่าฝากครรภ์และทำคลอด เป็นต้น ให้นำมาใส่ข้อมูลในส่วนนี้ หากตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ให้กดถัดไปเพื่อดำเนินการต่อ 

7. ตรวจสอบข้อมูลการคำนวณภาษี

หน้าต่างจะปรากฏการคำนวณภาษีที่คุณต้องชำระโดยอัตโนมัติ ให้คุณตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดให้ดีเพื่อป้องกันการผิดพลาด ในกรณีที่คุณทำการจ่ายภาษีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพบว่ามีจำนวนเงินที่จ่ายไปเกิน สามารถที่จะขอคืนเงินภาษีกลับคืนได้ หรือจะเลือกบริจาคให้กับพรรคการเมืองก็ยังได้อีกด้วย หากตรวจสอบ และพบว่าทุกอย่างถูกต้องก็สามารถกดถัดไปเพื่อยืนยันการยื่นภาษีออนไลน์ต่อได้เลย 

8. ยืนยันการยื่นแบบ

หน้าต่างสุดท้ายจะปรากฏขึ้น ในส่วนนี้จะเป็นการยืนยันการยื่นภาษีออนไลน์ให้คุณตรวจสอบอีกครั้งเพื่อความแน่ใจในข้อมูลที่กรอกมา หากไม่มีอะไรที่ผิดเพี้ยนก็กดยืนยันการยื่นภาษีแบบออนไลน์เพื่อสิ้นสุดวิธีการยื่นภาษีออนไลน์ แน่นอนว่าในส่วนนี้จะมีคนที่ทั้งเสียภาษีเกิน, เสียภาษีเพิ่ม และบุคคลที่ไม่ต้องเสียภาษี โดยบุคคลที่เสียภาษีเกิน สามารถที่จะรับเงินภาษีคืนได้ ทางกรมสรรพากรจะทำการอนุมัติเงินทันที คุณสามารถที่จะเลือกรับเงินได้ผ่านหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น พร้อมเพย์ หรือบัญชีของธนาคารกรุงไทย ซึ่งสามารถติดตามเส้นทางการเงินในส่วนนี้ได้ผ่านช่องทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร กรณีที่คุณต้องชำระภาษีเพิ่มเติมให้กับทางกรมสรรพากร สามารถที่จะชำระได้หลายช่องทางตามความสะดวก ไม่ว่าจะเป็น QR Code, E-Payment, Internet Credit Card, ATM on Internet, บัตรภาษี หรือจะเลือกใช้บริการอื่นๆ อย่าง Counter Service หรือ Tele-Banking ก็สามารถชำระภาษีเพิ่มเติมในส่วนนี้ได้ทั้งสิ้น  สุดท้ายนี้ หากคุณไม่มีการกำหนดให้ต้องเสียภาษี ระบบจะทำการยื่นแบบ และหมายเลขอ้างอิงเพื่อออกเอกสารรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พร้อมกับใบเสร็จรับเงินให้อัตโนมัติ คุณสามารถใช้เอกสารในส่วนนี้เพื่อเป็นการยืนยันการยื่นภาษีออนไลน์ของตัวเองได้ 

เทคนิคการลดหย่อนภาษีที่ควรรู้ไว้

หน้าที่การจ่ายภาษีเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในหน้าที่พลเมืองชาวไทย แต่มีหลายเรื่องพอตัวเลยทีเดียว ที่ผู้คนยังไม่รู้ และไม่เข้าใจดีพอเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษี เพื่อให้คุณได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ และนำเงินไปใช้ประโยชน์ในส่วนอื่นได้ โดยวิธีการลดหย่อนภาษีนี้ก็เป็นการดีกับทั้งตัวคุณเอง และการลงทุนในอนาคต เพราะคุณสามารถที่จะซื้อประกันภัย ลงทุนกองทุนรวม หรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ และนำมาลดหย่อนภาษีได้ เชื่อว่าหลายคนคงอยากรู้กันแล้วว่าจะมีลู่ทางใดบ้างในการลดหย่อนภาษี ไปติดตามเนื้อหาที่นำมาฝากกันได้เลย ดังนี้ ค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว

ค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว

รายการค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัว และครอบครัว มีรายละเอียดดังนี้ 
  • 1.ค่าลดหย่อนส่วนตัว จำนวน 60,000 บาท 
รูปแบบนี้สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้โดยไม่มีเงื่อนไข 
  • 2.ค่าลดหย่อนคู่สมรส จำนวน 60,000 บาท
เงื่อนไขของการใช้รูปแบบนี้เพื่อลดหย่อนภาษีคือ คู่สมรสต้องจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง 
  • 3.ค่าลดหย่อนฝากครรภ์ และคลอดบุตร รวมสูงสุดไม่เกินครรภ์ละ 60,000 บาท
ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการฝากครรภ์ และทำเรื่องคลอดบุตรตามสถานพยาบาลไม่ว่าจะเป็นเอกชน หรือรัฐบาล ได้สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาทต่อครรภ์ ในกรณีที่เป็นลูกแฝดจะนับเป็น 1 ครรภ์ และผู้ที่ทำการลดหย่อนภาษีได้จะต้องเป็นผู้คลอดเท่านั้น สามีไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปลดหย่อนภาษีของตัวเองได้ 
  • 4.ค่าลดหย่อนภาษีบุตร คนละ 30,000 บาท 
(บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไปที่เกิดตั้งแต่ พ.ศ.2561 คนละ 60,000 บาท) ในกรณีที่ต้องการใช้รูปแบบของค่าลดหย่อนภาษีบุตรโดยกฎหมาย หรือบุตรบุญธรรม ที่อายุไม่เกิน 20 ถึง 25 ปี โดยจะต้องกำลังศึกษาอยู่ หรือในกรณีที่บุตรอายุมากกว่า 25 ปี แต่มีสถานะเป็นผู้พิการ หรือเสมือนไร้ความสามารถ ก็นำมาลดหย่อนภาษีได้ด้วยเช่นเดียวกัน หากมีบุตรคนที่ 2 ขึ้นไป และมีปีเกิดตั้งแต่ พ.ศ. 2561 ในส่วนนี้สามารถที่จะนำมาลดหย่อนภาษีได้อีกคนละ 60,000 บาท  ข้อควรรู้ เฉพาะบุตรชอบด้วยกฎหมาย สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนบุตร ไม่มีจำกัด  เฉพาะบุตรบุญธรรม สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 3 คนสูงสุด คนละ 30,000 บาท  กรณีที่มีบุตรชอบด้วยกฎหมาย และบุตรบุญธรรม ให้ใช้สิทธิของบุตรชอบด้วยกฎหมายก่อน หากหมดโควต้าครบ 3 คน จะไม่สามารถใช้สิทธิของบุตรบุญธรรมเป็นคนที่ 4 ได้ ในทางกลับกันหากบุตรบุญธรรมเป็นบุตรระหว่าง 1-3 จะสามารถใช้สิทธิบุตรบุญธรรมได้ตามเงื่อนไข
  • 5.ค่าลดหย่อนสำหรับเลี้ยงดูบิดามารดาของตนเอง และของคู่สมรส จำนวนคนละ 30,000 บาท
เงื่อนไขในการใช้รูปแบบนี้ในการลดหย่อนภาษีคือ ต้องไม่ใช่พ่อแม่บุญธรรม และต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีรายได้ต่อปีไม่ถึง 30,000 บาทต่อปี ที่สำคัญคือใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 120,000 บาท (การเลือกใช้สิทธิลดหย่อนรับเลี้ยงบิดามารดานี้ ไม่สามารถใช้ซ้ำกับพี่น้องได้)
  • 6.ค่าลดหย่อนภาษีกรณีอุปการะผู้พิการ หรือบุคคลทุพพลภาพ จำนวนคนละ 60,000 บาท 
สุดท้ายกรณีของผู้ที่อุปการะผู้พิการ จำเป็นต้องมีบัตรประจำตัวผู้พิการ และหนังสือรับรองการเป็นผู้อุปการะด้วย อีกทั้งรูปแบบในการลดหย่อนภาษีนี้ผู้พิการจะต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี 

ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน เงินออม และการลงทุน

ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน เงินออม และการลงทุน

รายการค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน เงินออม และการลงทุน มีรายละเอียดดังนี้ 
  • 1.เงินประกันสังคม สูงสุดไม่เกิน 6,300 บาท
รูปแบบนี้สามารถลดหย่อนได้ตามจริง
  • 2.เบี้ยประกันชีวิตและประกันแบบสะสมทรัพย์ สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท 
เงื่อนไขของการใช้เบี้ยประกันชีวิตนี้จะต้องมีระยะในการคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป และบริษัทที่ทำประกันจะต้องเป็นบริษัทไทย หากมีการขอคืนกรมธรรม์ก่อน 10 ปี จะเป็นการผิดเงื่อนไข ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้
  • 3.เบี้ยประกันสุขภาพ และเบี้ยประกันอุบัติเหตุที่คุ้มครองสุขภาพ สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท 
ในกรณีที่ลดหย่อนภาษีตามจริง จะลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาทเท่านั้น แต่รวมประกันชีวิต และประกันแบบสะสมทรัพย์ จะลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาทเท่านั้น 
  • 4.เบี้ยประกันสุขภาพของบิดามารดา สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท 
ไม่จำกัดอายุของบิดามารดา แต่พื้นฐานเงินเดือนของทั้ง 2 ต้องรวมกันไม่ถึง 30,000 บาทต่อปี ลดหย่อนภาษีได้ตามจริงสูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท
  • 5.เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท 
เงื่อนไขของประกันชีวิตคือต้องมีระยะคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป และยังต้องเป็นบริษัททำประกันที่ทำการในประเทศไทย สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 15% ของเงินที่ได้รับ 
  • 6.กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF : Retirement Mutual Fund สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท 
สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของเงินที่ต้องเสียภาษี จ่ายตามราคาจริง
  • 7.กองทุนรวมเพื่อการออม หรือ SSF : Super Saving Funds สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท 
สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของเงินที่ต้องเสียภาษี จ่ายตามราคาจริง โดยที่เงื่อนไขจะต้องเป็นกองทุนเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว
  • 8.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) / กองทุนบำเหน็จบำนาญราชการ (กบข.) / กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท 
สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15% ของเงินที่ต้องเสียภาษี จ่ายตามราคาจริง
  • 9.กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) สูงสุดไม่เกิน 13,200 บาท 
จ่ายตามราคาจริง
  • 10.เงินลงทุนธุรกิจ Social Enterprise (วิสาหกิจเพื่อสังคม) สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท 
จ่ายตามราคาจริง ซึ่งจะต้องเป็นการลงทุนในหุ้นหรือธุรกิจ Social Enterprise ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มเงินบริจาค

ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มเงินบริจาค

รายการค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มเงินบริจาค มีรายละเอียดดังนี้ 
  • 1.เงินบริจาคทั่วไป สูงสุดไม่เกิน 10%
ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง 
  • 2.เงินบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา การพัฒนาสังคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ และบริจาคเพื่อสถานพยาบาลของรัฐ สูงสุดไม่เกิน 10%
ลดหย่อนได้ 2 เท่าของยอดจากการบริจาค 
  • 3.เงินบริจาคให้กับพรรคการเมือง ไม่เกิน 10,000 บาท
โดยที่มีการบัญญัติในมาตรา 70 ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ไว้ว่า “ผู้บริจาคเงินให้แก่พรรคการเมืองสามารถนำจำนวนเงินบริจาคไปหักเป็นค่าลดหย่อนภาษีหรือรายจ่ายเพื่อการบริจาคตามที่กำหนดในประมวลรัษฎากร” ทำให้ยอดเงินที่บริจาคให้กับพรรคการเมืองเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ใครหลายคนนำมาลดหย่อนภาษีอยู่บ่อยครั้ง  ค่าลดหย่อนกลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ

ค่าลดหย่อนกลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ

รายการค่าลดหย่อนกลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ มีรายละเอียดดังนี้ 
  • 1.โครงการช้อปดีมีคืน 2565 สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท
ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะต้องมาจากค่าซื้อสินค้า และค่าบริการในประเทศ ตั้งแต่ระยะเวลา 1 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ 2565 ตัวอย่าง สินค้า OTOP หรือหนังสือ และพวก E-Book เป็นต้น 
  • 2.ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
ค่าดอกเบี้ยทั้ง บ้านเดี่ยว คอนโด ห้องชุด และอาคาร ล้วนนำมาเป็นส่วนลดหย่อนภาษีได้ทั้งนั้น  รวมตัวช่วยคำนวณภาษีและวางแผนสำหรับการลดหย่อน

รวมตัวช่วยคำนวณภาษีและวางแผนสำหรับการลดหย่อน

ใครที่อ่านรายละเอียดมาทั้งหมดนี้แล้ว รู้สึกว่าการคำนวณภาษีเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และยังมีข้อสงสัยในการวางแผนเพื่อลดหย่อนภาษี ปัจจุบันมีเครื่องมือที่จะช่วยในการคำนวณ พร้อมกับช่วยในการวางแผนลดหย่อนภาษีโดยเฉพาะกันอีกด้วย จะมีโปรแกรมคำนวณภาษีออนไลน์อะไรบ้างไปติดตามกันได้เลย ดังนี้ 
  • 1. RD Smart Tax
แอปพลิเคชันสำหรับบริหารจัดการภาษีใช้งานง่าย สามารถได้ทั้ง IOS และ Android ใครที่อยากลองคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของตัวเองสามารถที่จะเข้าไปโหลด เพื่อฝึกคำนวณ และใช้สิทธิพื้นฐานของตัวเองในการลดหย่อนภาษีเพื่อให้เห็นภาพรวมของภาษีส่วนบุคคลกันก่อนได้ 
  • 2. เว็บไซต์ของธนาคาร
หากใครที่กังวล และไม่มั่นใจในความปลอดภัยของแอปพลิเคชันที่ทางเอกชนมีการปล่อยให้ใช้งาน ทางภาครัฐเองก็สนับสนุนให้หลายธนาคารทำโปรแกรมคำนวณภาษีเพื่อให้ผู้คนได้ลองวางแผนจัดการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากันอีกด้วย โปรแกรมคำนวณภาษีที่มีความนิยมสูง และมีรีวิวว่าใช้งานง่ายได้แก่ โปรแกรมคำนวณภาษีธนาคารกสิกรไทย และโปรแกรมวางแผนเงินของคุณกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา
  • 3. iTAX Pro
ปิดท้ายไปกับโปรแกรมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่มีหน้าตาสวยงาม ดูง่าย เพียงแค่กรอกตัวเลขก็ทำให้คุณได้เห็นภาพรวมของภาษีได้แล้ว ที่สำคัญหลายคนที่ได้มีโอกาสเข้าไปใช้บริการมาก่อนหน้าต่างรีวิวกันว่า iTAX Pro มีหน้าตาที่ดูง่าย และใช้งานได้ดีกว่าเว็บไซต์สรรพากร ใครที่เคยเข้าไปใช้งานเว็บไซต์กรมสรรพากร และรู้สึกงงอยู่ การเข้าใช้งานของ iTAX Pro เป็นทางออกที่น่าสนใจไม่น้อย สามารถโหลดได้ทั้งผ่านมือถือ และคอมพิวเตอร์    การยื่นภาษีเป็นหน้าที่ของพลเมืองทุกคน โดยมีเงื่อนไข และเกณฑ์ในการจ่ายภาษี อย่างไรก็ตามการยื่นภาษีนี้คุณสามารถที่จะลดหย่อนภาษีได้ด้วยผ่านปัจจัยต่างๆ ที่สอดแทรกไว้ในบทความชิ้นนี้ ยิ่งมนุษย์เงินเดือนมือใหม่ที่เพิ่งพ้นรั้วของมหาลัยอาจจะรู้สึกมึนงงกับการยื่นภาษี แต่ในปัจจุบันที่มีวิธียื่นภาษีออนไลน์ทำให้ทุกอย่างสะดวกสบาย และเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิมมาก หากใครที่ยังไม่เข้าใจดีเกี่ยวกับการบริหาร และจัดการภาษี ลองเข้าไปดาวน์โหลดแอป หรือใช้งานโปรแกรมคำนวณภาษีที่แนะนำไปก่อนได้ เพื่อให้เข้าใจกลไกระบบภาษีได้ดียิ่งขึ้น 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

29 พฤษภาคม 2567
29 พฤษภาคม 2567
29 พฤษภาคม 2567
19 เมษายน 2567
19 เมษายน 2567
19 เมษายน 2567

เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้แบ่งปันข้อมูลดี ๆ ให้กับคุณ

หากคุณต้องการ เช่าออฟฟิศ สามารถติดต่อเราได้เลย