มารู้จักกับ Job Hopping เทรนด์การเปลี่ยนงานบ่อย ของมนุษย์ออฟฟิศ!

มารู้จักกับ Job Hopping เทรนด์การเปลี่ยนงานบ่อย ของมนุษย์ออฟฟิศ!

job hopping คือ เทรนด์การเปลี่ยนงานบ่อยของคนรุ่นใหม่ ที่มองว่าเป็นเรื่องปกติที่ใครหลายคนก็ทำกัน การเปลี่ยนงานไม่ถูกจัดเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนรุ่นใหม่ต่อไป แต่สิ่งนี้ต้องแลกกับความสามารถที่ชำนาญมากขึ้น นอกจากนี้ไปรู้จักกับ job hopping คุณสมบัติของคนที่ใช้ชีวิตแบบ job hopping ควรเป็นอย่างไร และทำอย่างไรให้พนักงานที่มีโปรไฟล์ดี ยังคงทำงานอยู่ที่เดิมได้ โดยไม่ย้ายงาน หรือเปลี่ยนงานบ่อย

Table of Contents

เทรนด์ Job Hopping คืออะไร

เทรนด์ Job Hopping คืออะไร

Job hopping เป็นคำศัพท์เฉพาะสำหรับสายงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดหางานรู้จักกันดีในวงกว้าง เป็นคำที่พูดถึงพนักงานี่มีพฤติกรรม “ย้ายงานบ่อย” ถ้าจะกล่าวอย่างละเอียด คือ การที่มนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งทำงานในหลายๆ ที่ในระยะที่สั้น หรือเป็นการเปลี่ยนงานบ่อยในระยะเวลาที่ไม่ได้เยอะมาก ระยะเวลาเหล่านี้อายุงานไม่ถึง 1 ปีด้วยซ้ำ ในอดีตการประพฤติตัวในแบบ job hopping เป็นสิ่งที่ไม่ดีกับประวัติการทำงาน 

แต่สำหรับตอนนี้กลายเป็นเรื่องปกติของวัฒนธรรมการทำงานไปแล้ว 

ด้วยโลก ณ ตอนนี้มีการแข่งขันสูง เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท ทำให้ช่องทางการหารายได้ง่ายมากขึ้น เพียงแค่ขยันและลุยทำอย่างจริงจัง ทำให้คนรุ่นใหม่มีพฤติกรรมการทำงานที่เปลี่ยนไปคนรุ่นก่อนๆ มากขึ้น รวมไปถึงเหตุผลที่ชูเรื่องสิทธิ ความเท่าเทียมเป็นที่ตั้ง ทำให้คนยุคนี้เริ่มมักอยากทำงานในที่ทำงานที่สามารถสนองสิ่งเหล่านี้ให้พวกเขาได้ บริษัทที่ปรับตัวตามกระแสพฤติกรรมของมนุษย์โลก จึงปรับตัวเพื่อให้เหมาะสมกับบุคลากรที่จะเข้าทำงาน และยังเป็นเชื่อมั่นคนที่มีความต้องการมาก ย่อมต้องมีความชำนาญตามที่บริษัทต้องการมาก สิ่งนี้จะเป็นการสร้างความเท่าเทียมทั้งสองฝ่าย 

พนักงานที่มีคุณสมบัติเป็น Job Hopper

พนักงานที่มีคุณสมบัติเป็น Job Hopper

การตามเทรนด์ job hopping ทำให้คนที่ใช้ชีวิตแบบนี้มีคุณสมบัติเด่นในการทำงาน คือ มีความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) มีความสามารถในการเรียนรู้ (Learning Capacity) มีทักษะการสื่อสารและการจัดการ (Communication and Organisational Skills)  และเรียนรู้ในเรื่องของวิธีการทำงานได้ดี (Mastering know how)  แต่ละอย่างจะมีคุณสมบัติโดดเด่นอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกัน 

  • มีความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) 

เมื่อไรที่คุณรู้จักกับการทำงานที่ทำอยู่อย่างคล่องตัว รู้วิธีการแก้ปัญหา วิธีลัดในการทำงานให้เร็วขึ้นแต่ถูกต้อง เวลาที่คุณออกมาเผชิญกับสังคมการทำงานพร้อมผู้คนใหม่ๆ สถานการณ์ใหม่ๆ คุณจะไม่กลัวอะไรอีกต่อไป คุณสามารถปรับกระบวนการคิดให้เรียนรู้งานที่ทำได้คล่องอยู่แล้ว มาอยู่ในแบบของที่ทำงานได้เร็วยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดความตึงเครียดในการทำงานให้กับคุณได้ดี

  • มีความสามารถในการเรียนรู้ (Learning Capacity) 

หากคุณเป็นคนที่กระหายใคร่รู้ต่อทักษะใหม่ๆ ในการพัฒนาตัวเองให้เก่งกาจมากขึ้น คุณจะยิ่งมีแรงผลักดันในการทำงานออกมาให้มีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดนิ่งลงง่ายๆ ความทะเยอทะยานจะช่วยกระตุ้นให้คุณอยากรังสรรค์ชิ้นงานที่ดีที่สุดให้กับองค์กร และเพื่อให้คุณได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงาน 

  • มีทักษะการสื่อสารและการจัดการ (Communication and Organisational Skills) 

การที่คุณมีความช่ำชองเฉพาะด้านในสิ่งที่คุณพยายามอยู่ทุกวัน และได้ใช้อย่างขีดสุดกับองค์กรที่คุณทำงานอยู่นั้น ย่อมได้สร้างความมั่นใจต่อชิ้นงานที่คุณทำอย่างเต็มร้อย เมื่อไรที่มีความมั่นใจต่อสิ่งที่ทำ การที่คุณต้องพูดสื่อสารให้คนในองค์กร หรือแม้กระทั่งกลุ่มลูกค้า คุณไม่มีความวิตกกังวล และเปี่ยมไปด้วยวาทะที่ฉะฉาน มั่นใจ ทำให้ผู้ฟังเกิดความเชื่อมั่นได้ไม่ยาก 

  • เรียนรู้ในเรื่องของวิธีการทำงานได้ดี (Mastering know how)

ทักษะต่างๆ ข้างต้นที่ได้พูดถึง จะช่วยหลอมรวมให้ประสิทธิภาพการเรียนรู้ต่อการทำงานของคุณจะยิ่งเพิ่มความแม่นยำ ชัดเจน และมีไอเดียดีๆ ให้กับองค์กรอยู่เสมอ สังเกตว่าการรู้จักตัวเองและองค์กรให้ดี จะพาองค์กรสู่ความสำเร็จได้ไม่ยาก

Job Hopping ย้ายงานบ่อยผิดหรือไม่ ได้ประโยชน์อะไรจากการย้ายงาน

Job Hopping ย้ายงานบ่อยผิดหรือไม่ ได้ประโยชน์อะไรจากการย้ายงาน

job hopping สามารถเป็นเทรนด์การทำงานของคนรุ่นใหม่ได้ เพราะมีข้อดี ดังนี้

การเติบโตในสายงาน

การที่ใครสักคนเลือกที่จะทำ Job Hopping แสดงว่าคุณต้องมั่นใจจริงว่าคุณเก่งจริง ทำได้ทุกอย่างตามคุณสมบัติของตำแหน่งที่คุณทำ หรือถ้าคุณสามารถทำได้มากกว่านั้นก็ยิ่งดีต่อตัวคุณเอง ด้วยความสามารถที่พร้อมรับมือกับทุกบรีฟงานที่เข้ามา และสามารถทำมันได้ ยังไงคุณก็ได้เติบโตในสายงานแน่นอน และมีโอกาสเติบโตเร็วกว่าเดิมได้

ฐานเงินเดือนขึ้นเร็ว

เมื่อโอกาสจากทางองค์กรให้ทำชิ้นงานสำคัญๆ หรือชิ้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ชัดเจนแล้วว่าคุณเติบโตในสายงานอย่างก้าวกระโดด และสิ่งต่อมาที่คุณจะได้รับ นั่นคือฐานเงินเดือนที่ขึ้นต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว ตามความสามารถของคุณ ยิ่งเก่งมากขึ้นเท่าไร ยิ่งเงินเดือนสูงขึ้นได้อีก

เลือกสิ่งแวดล้อม และที่ตั้งทำเลของออฟฟิศได้

การเปลี่ยนงานบ่อยหรือ Job Hopping ตัวคุณจะเป็นนายในการเลือกหาสถานที่ทำงานที่เหมาะสมกับตัวเอง และทำให้ตัวเองมีความสุข รวมไปถึงใช้ความสามารถได้อย่างถูกที่ถูกทางเต็มความสามารถ จะยิ่งให้คุณไม่เสียใจกับเลือกสิ่งแวดล้อมที่คุณชอบ ทำเลที่คุณหวัง

ข้อเสียของ Job Hopping ที่ต้องคิดให้ดีก่อนย้ายงาน

ข้อเสียของ Job Hopping ที่ต้องคิดให้ดีก่อนย้ายงาน

ในอีกมุมหนึ่งของ Job Hopping  ไม่ได้มีแต่ข้อดีเสมอไป ข้อเสียที่ตามมาย่อมมีอยู่ ดังนี้

ไม่มีความมั่นคงในสายงาน

เมื่อเลือกที่จะทำ Job Hopping นอกจากคุณต้องมั่นใจในฝีมือของคุณแล้ว คุณต้องมั่นใจว่าหัวหน้างานของคุณจะพอใจและยินดีที่จะทำตามคำขอของคุณในทุกเรื่อง หากหัวหน้างานคุณไม่ได้ยินดีกับสิ่งที่คุณร้องขอ เป็นการยากที่คุณจะมีที่ทำงานทำเป็นหลักแหล่ง ถึงแม้การเปลี่ยนงานบ่อยจะเป็นการทำงานในระยะที่ไม่นาน แต่ก็นานพอที่เก็บเป็นผลงานและชั่วโมงบินที่ดี อีกกรณีหนึ่งถ้าคุณสามารถเข้าไปทำงานได้แล้ว แต่หัวหน้างานไม่ยินดีกับข้อเสนอที่ร้องขอขนาดนั้น อาจทำให้การทำงานของคุณมีความสั่นคลอน มีโอกาสให้สั่งออกตอนไหนก็ได้

อาจจะหางานใหม่ได้ยาก

สิ่งนี้เป็นสิ่งต่อเนื่องจากการไม่มีความมั่นคงในสายงาน เมื่อไรที่คุณถึงจุดถูกให้ออกจากงาน การหางานใหม่จะเป็นไปได้ยากมากขึ้น การตอบคำถามต่อที่ทำงานใหม่ถึงสาเหตุการออก หรือการยื่นข้อเสนอเหมือนเดิม หลายๆ บริษัทอาจจะมีนโยบายคล้ายๆ กัน รวมไปถึงการตอบถึงสาเหตุการออกก็จะเกิดข้อคำถามของผู้รับสมัครงานว่าสมควรจะรับหรือไม่

คาดหวังในงานสูงเกินไป

การคาดหวังให้ชิ้นงานออกมาสมบูรณ์และโค่นกำแพงเดิมๆ ได้เรื่อยๆ เป็นสิ่งที่ดีมาก แต่เมื่อไรที่การคาดหวังในงานสูงเกินไปเหล่านั้น ไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ คุณก็จะรู้สึกแย่ว่าทำไมตัวเองถึงทำไม่ได้ ทั้งๆ ที่คิดว่าทำได้แน่ และคนอื่น โดยเฉพาะหัวหน้างานก็จะคาดหวังมากกว่าตัวคุณ เมื่อคุณทำไม่ได้ ความผิดหวังในตัวคุณจะจู่โจมเข้ามาทันที และอาจถึงขั้นถูกตำหนิว่าทำไม่ได้อย่างที่พูดไว้

เสียผลประโยชน์กับสวัสดิการ

เมื่อคุณได้ยื่นเสนอกับทางองค์กรแล้วว่าจะขอรับเงินเดือนเท่านี้ แลกกับงานที่ทำได้อย่างมีคุณภาพหรือจำนวนมหาศาล สิ่งที่คุณต้องรับให้ได้เมื่อตกลงข้อเสนอกันแล้ว ก็คือผลประโยชน์กับสวัสดิการเหมือนพนักงานประจำทั่วไปจะหายไป คุณอาจไม่มีประกันจากทางบริษัท รวมไปถึงสวัสดิการต่างๆ ที่บริษัทจะให้ในทุกปี ด้วยสิ่งเหล่านี้จะไปอยู่ในเงินเดือนของคุณหมดแล้ว หากคุณจัดสรรเงินที่ได้ไม่ดีพอ คุณอาจเรียกร้องหาสวัสดิการบ้าง แต่คุณจะไม่ได้รับมัน

เจอความเครียดและความไม่แน่นอน

ภาวะความเครียดเกิดขึ้นสำหรับทุกคนในวัยทำงาน แต่สำหรับคนที่ทำงานรูปแบบ Job Hopping จะมีความเครียดมากกว่าคนอื่น ด้วยถูกกดดันจากการให้สัญญาของตนเองกับทางองค์กร ว่าตนจะทำได้มากกว่า ดีกว่าคนอื่น เพื่อขอรับเงินเดือนที่มากกว่า คุณจึงจำเป็นต้องทำให้ได้เท่านั้น ไม่มีคำว่าทำไม่ได้ และไม่มีการทำล่าช้าเกินกำหนด รวมไปถึงเกิดความไม่แน่นอนในการทำงาน หากเมื่อไรที่บริษัทเกิดภาวะย่ำแย่ขึ้นมา และจำเป็นต้องจำกัดงบเพื่อให้องค์กรไปต่อได้ในวิกฤต คนที่ทำงานแบบ Job Hopping ย่อมเป็นคนกลุ่มแรกที่บริษัทจำเป็นต้องคัดออกก่อน เพื่อลดภาระบริษัทที่มากจนเกินไปได้

สิ่งที่ทำให้พนักงานไม่ตามเทรนด์ Job Hopping

สิ่งที่ทำให้พนักงานไม่ตามเทรนด์ Job Hopping

วิธีการป้องกันพนักงานที่ทำงานดี โปรไฟล์ดี ไม่ลาออกตามเทรนด์  Job Hopping  มีดังนี้

มีสวัสดิการที่เหมาะสม

มนุษย์เงินเดือนย่อมต้องการความมั่นคงในการรองรับทั้งทางการเงินและสุขภาพ การที่องค์กรใดมีสวัสดิการที่เหมาะสม สร้างความพึงพอใจต่อพนักงานได้ สิ่งเหล่านี้จะเป็นการซื้อใจอย่างง่าย โดยที่ไม่ต้องลงทุนด้วยการให้เงินจำนวนมาก แต่เป็นการให้เงินเดือนตามตำแหน่งและความสามารถตามมาตรฐาน มีสวัสดิการที่ทำให้พนักงานรู้สึกปลอดภัย มีความสุข และสะดวกสบายในที่ทำงาน เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพ

มอบหมายงานในปริมาณที่เหมาะสม

การมอบหมายแก่พนักงานขององค์กร ควรให้ปริมาณงานที่มีความเหมาะสม ไม่ควรให้มากเกินไปจนล้นมือในระยะอันนั้น หากเป็นชิ้นงานใหญ่ก็ควรให้เวลาให้มากขึ้น และเป็นการทำงานชิ้นใหญ่ชิ้นเดียวให้เกิดความสมบูรณ์ที่สุด เมื่อปริมาณที่ต้องทำมีความพอดี พนักงานก็จะทำงานด้วยความรู้สึกว่างานไม่ได้หนักอึ้งจนเกินไป และรู้สึกอยากทำทุกวัน

ดูแลและใส่ใจพนักงานอย่างทั่วถึง

การดูแลเอาใจใส่พนักงานเป็นข้อควรปฏิบัติพื้นฐานที่ทางองค์กรควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง พนักงานในองค์กรล้วนแล้วแต่มีความสำคัญเท่ากันหมด หากขาดส่วนใดส่วนหนึ่ง องค์กรย่อมเหมือนขาดฟันเฟืองสำหรับการทำงานบางส่วนไป ฉะนั้นการให้สวัสดิการที่ดี เหมาะสม จะเป็นการใส่ใจต่อพนักงาน และควรมีการดูแลถามไถ่ถึงความสุข ความทุกข์บ้าง เผื่อพนักงานมีอะไรอยากให้ช่วยเหลือ สิ่งใดพอช่วยเหลือได้ ทางองค์กรก็ควรยื่นไปช่วย เพราะการเลือกทำงานกับที่ใดสักที่ ก็คือว่าได้ฝากอีกครึ่งชีวิตที่เหลือให้กับที่ทำงานแล้ว

ปรับขึ้นเงินเดือนตาม KPI หรือตามความสามารถของพนักงาน

เงินเดือนที่ดี ควรเป็นเงินเดือนที่ได้รับตามวุฒิการศึกษาที่จบมา และยิ่งพนักงานคนใดสามารถพัฒนาตัวเองไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นหรือยาว พัฒนาจนเก่ง สามารถแก้ปัญหา ทำงานที่ได้รับหมายได้ดีมาก ย่อมควรได้รับเงินเดือนที่มากกว่าคนอื่นมากขึ้น เพื่อให้พนักงานเหล่านี้เกิดแรงกระตุ้นในการทำงานให้ดีขึ้นอย่างต่อเนือง

มีโบนัสตาม KPI ยึดเหนี่ยวจิตใจประจำปี

มนุษย์เราไม่ว่าวัยใด ย่อมต้องการของขวัญเพื่อเป็นรางวัลชีวิต มนุษย์เงินเดือนที่ทำงานในบริษัทก็เช่นกัน คาดหวังจะได้รับโบนัสบ้างในแต่ละปี ซึ่งหวังเพียงหนึ่งครั้งต่อไปในช่วงสิ้นปี แน่นอนเป็นทั้งธรรมเนียมสากลโลกที่ปฏิบัติกันมาว่าควรมีโบนัสประจำปีให้พนักงาน และการมอบโบนัสประจำปีของบริษัทควรให้ตามความเหมาะสมของพนักงานที่ทำผลงานให้กับบริษัทอย่างยุติธรรม

ออฟฟิศมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ความสะดวกครบครัน เดินทางสะดวก

สิ่งแวดล้อมในที่ทำงานควรเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงาน ให้การทำงานมีความสะดวก คล่องตัว หากถามหาสิ่งใดก็มีให้ทันที หากไม่มีก็ควรมีการเบิกเพื่อได้มาในเวลาอย่างรวดเร็ว เมื่อทุกอย่างพร้อมสำหรับการทำงาน การทำงานในแต่ละวันที่จะเกิดขึ้นก็จะเต็มไปด้วยความราบรื่น หากติดขัดก็สามารถแก้ได้ทันที รวมไปถึงการเดินทางไปที่ทำงานควรไปได้อย่างสะดวก ไม่ควรเกิดความเหนื่อยล้าจนเกินไปเมื่อถึงที่ทำงาน เพราะเมื่อไรที่เหนื่อยล้า จะทำให้การทำงานวันนั้นไม่พร้อมเท่าที่ควร

สรุป

เป็นเทรนด์การทำงานที่เปลี่ยนงานบ่อย ด้วยเหตุผลเพื่อความสบายใจในสังคมการทำงาน และอยากทำงานตามที่ตัวเองถนัดอย่างเต็มสามารถ พร้อมยื่นข้อเสนอเงินเดือนให้กับที่ทำงานที่สูงกว่ามาตรฐาน แต่แลกกับการทำงานหนักขึ้น และมีคุณภาพ แต่สิ่งเหล่านี้จะมาพร้อมความกดดันสูง ทั้งจากตัวคุณเองและหัวหน้างาน คุณจะต้องตื่นตัวในการทำงานอย่างเต็มที่ทุกครั้งที่ได้รับมอบหมายงาน และมีโอกาสสูงที่ไม่มีความมั่นคงในสายงาน รวมไปถึงการหายากยาก ด้วยตัวคุณตั้งความคาดหวังที่สูงเกินไป แต่หากคุณทำได้จริง และทางที่ทำงานสามารถยอมรับข้อเสนอของคุณได้อย่างเต็มใจ ตอนนั้นถือว่าการทำงานแบบ Job Hopping ของคุณโชคดีมากและขอให้รักษาไว้ให้ดี 

การทำงานแบบ Job Hopping เหมาะสำหรับคนที่มีความทะเยอทะยานและมั่นใจในตัวเองสูง แต่ถ้าใครอยากเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้มีความกดดันสูงลิ่ว อยากให้คุณได้รู้จักกับ CW Tower ด้วยมีออฟฟิศที่แวดล้อมดี ร่มรื่น มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมไปถึงทำเลที่ตั้งของบริษัทเดินทางได้สะดวก ใกล้แหล่งของกิน และอื่นๆ อีกมากมายที่เป็นสวรรค์ของพนักงานออฟฟิศ การมีออฟฟิศที่ CW Tower จะช่วยให้องค์กรสามารถรักษาพนักงานให้ไม่ไหลเอนไปตามกระแส Job Hopping หรือเปลี่ยนงานบ่อยได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

29 พฤษภาคม 2567
29 พฤษภาคม 2567
29 พฤษภาคม 2567
19 เมษายน 2567
19 เมษายน 2567
19 เมษายน 2567

เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้แบ่งปันข้อมูลดี ๆ ให้กับคุณ

หากคุณต้องการ เช่าออฟฟิศ สามารถติดต่อเราได้เลย