บริษัทบริจาคสิ่งของลดหย่อนภาษีได้หรือไม่? เปิดเงื่อนไขที่ต้องรู้!

บริษัทบริจาคสิ่งของลดหย่อนภาษีได้หรือไม่? เปิดเงื่อนไขที่ต้องรู้!
  • ลดหย่อนภาษีบริษัท หรือลดหย่อนภาษีประเภทนิติบุคคล คือสิทธิ์ที่บริษัทสามารถนำค่าใช้จ่ายหรือการบริจาคที่กฎหมายกำหนดมาหักลดจากฐานภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อลดจำนวนภาษีที่ต้องชำระให้เหลือน้อยลง
  • บริษัทสามารถนำการบริจาคสิ่งของเพื่อลดหย่อนภาษีได้ แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขทางภาษีอย่างรอบคอบ หากบริจาคให้หน่วยงานที่กรมสรรพากรรับรองและมีหลักฐานครบถ้วน บริษัทอาจได้รับสิทธิ์หักค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนด
  • ก่อนบริจาคต้องตรวจสอบให้หน่วยงานรับบริจาคได้รับการรับรองตามกฎหมายเพื่อสิทธิหักลดหย่อนภาษี และควรบันทึกบัญชีพร้อมเก็บหลักฐานการบริจาคอย่างถูกต้องโปร่งใสเพื่อใช้ตรวจสอบภายหลังได้
  • เอกสารและหลักฐานที่ใช้ในการลดหย่อน เช่น ใบรับบริจาคหรือหนังสือรับรองจากหน่วยงานผู้รับบริจาค เอกสารแสดงมูลค่าสิ่งของบริจาค และหลักฐานการโอนเงินหรือส่งมอบสิ่งของ เพื่อยืนยันการบริจาคจริง รวมทั้งเอกสารประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกรมสรรพากรตรวจสอบ

หลายบริษัทอยากมีส่วนร่วมทำความดีด้วยการบริจาคสิ่งของ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เสื้อผ้า อุปกรณ์การแพทย์ หรือของใช้จำเป็นต่างๆ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าแบบนี้ลดหย่อนภาษีบริษัทได้หรือไม่?

บทความนี้จะพาเจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการทุกคนไปทำความเข้าใจเรื่องนี้แบบง่ายๆ ว่าการบริจาคสิ่งของในนามบริษัทต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้างถึงจะลดหย่อนภาษีบริษัทได้ แจ้งใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอย่างไร พร้อมแนะนำวิธีจัดการเอกสารให้ถูกต้อง เพื่อให้ธุรกิจของคุณสามารถบริหารจัดการการบริจาคอย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อสังคมและองค์กร

Table of Contents

บริษัทบริจาคสิ่งของลดหย่อนภาษีได้หรือไม่?

บริษัทบริจาคสิ่งของลดหย่อนภาษีได้หรือไม่?

หากถามว่าบริษัทบริจาคสิ่งของลดหย่อนภาษีได้หรือไม่? คำตอบคือ “ได้” หากเป็นการบริจาคให้หน่วยงานหรือองค์กรที่อยู่ในรายชื่อที่กรมสรรพากรรับรอง มีหลักฐานครบถ้วน เช่น ใบเสร็จ หนังสือรับรอง หรือใบรับของบริจาค และสามารถประเมินมูลค่าสิ่งของได้ตามราคาตลาด โดยทั่วไปบริษัทสามารถนำมูลค่านั้นหักเป็นค่าใช้จ่าย หรือในบางกรณี เช่น บริจาคเพื่อการศึกษาและสาธารณประโยชน์ อาจหักได้ถึง 2 เท่าของมูลค่าที่บริจาค

ในด้านกฎหมายภาษี การลดหย่อนภาษีบริษัทจากการบริจาคสิ่งของในนามบริษัทมีพื้นฐานจากประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (3) ซึ่งระบุว่ารายจ่ายที่เป็นการบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา หรือสาธารณประโยชน์สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีกำหนด และอ้างอิงเพิ่มเติมจากกฎกระทรวงหรือประกาศกรมสรรพากรที่เกี่ยวข้อง การอ้างอิงกฎหมายเหล่านี้ช่วยให้บริษัทสามารถดำเนินการบริจาคอย่างมั่นใจ ถูกต้อง และไม่พลาดโอกาสในการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่พึงได้รับ

โดยของที่บริจาคได้ต้องเป็นทรัพย์สินที่จับต้องได้ เช่น

  • เครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์การแพทย์ เพื่อบริจาคให้โรงพยาบาลรัฐหรือมูลนิธิด้านสุขภาพ
  • อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์สำนักงาน เพื่อบริจาคให้โรงเรียน วัด หรือศูนย์เด็กเล็กในพื้นที่ห่างไกล 
  • อาหารแห้ง ข้าวสาร น้ำดื่ม เสื้อผ้า ผ้าห่ม สิ่งของจำเป็น เพื่อบริจาคให้ศูนย์พักพิง โรงพยาบาล หรือผู้ประสบภัยพิบัติ มูลนิธิที่ช่วยเหลือผู้ยากไร้ เด็กกำพร้า
  • คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ได้ บริจาคให้โรงเรียน มูลนิธิ หรือศูนย์การเรียนรู้
  • เฟอร์นิเจอร์สำนักงาน เพื่อบริจาคให้หน่วยงานราชการหรือองค์กรสาธารณกุศล

ของเหล่านี้ล้วนถือเป็นการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม ที่อาจได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีตามกฎหมายด้วยเช่นกัน และการบริจาคจะต้องมีเอกสารยืนยัน เช่น ใบรับบริจาคหรือใบรับรองจากหน่วยงานผู้รับของ เพื่อใช้ประกอบการยื่นภาษี

ลักษณะเงื่อนไขการบริจาคเพื่อลดหย่อนภาษี

ลักษณะเงื่อนไขการบริจาคเพื่อลดหย่อนภาษี

ตามกฎหมายไทยบริษัทสามารถนำการบริจาคสิ่งของไปใช้ประโยชน์ทางภาษีได้ในบางกรณี โดยขึ้นอยู่กับลักษณะของการบริจาคและหน่วยงานที่รับบริจาค ดังนี้

1. การบริจาคสินค้าหรือสิ่งของของบริษัทเอง

การนำสินค้าหรือสิ่งของที่บริษัทผลิตหรือมีอยู่แล้วไปบริจาค ถือเป็นการโอนสินค้าตามกฎหมาย ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ถือเป็นการขาย แม้ว่าจะไม่มีการรับเงินค่าตอบแทนก็ตาม บริษัทจึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากมูลค่าตลาดของสินค้าหรือสิ่งของนั้น โดยมูลค่าที่ใช้คำนวณภาษีมักจะเป็นราคาขายปลีก หรือราคาตลาดในช่วงเวลานั้น

นอกจากนี้ ต้นทุนของสินค้าที่บริจาค เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ หากการบริจาคนั้นเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร เช่น บริจาคเพื่อสาธารณประโยชน์หรือให้กับองค์กรที่ได้รับการรับรองจากรัฐ

2. การซื้อสินค้ามาเพื่อบริจาค

ในกรณีที่บริษัทซื้อสินค้ามาเพื่อบริจาคโดยเฉพาะ บริษัทจะไม่สามารถนำภาษีซื้อ (VAT ที่จ่ายตอนซื้อสินค้า) มาหักลดหย่อนภาษีได้ เพราะสินค้าที่ซื้อมาเพื่อบริจาคไม่ได้ใช้ในกิจการเพื่อสร้างรายได้ และถือว่าเป็นการใช้สินค้าสำหรับการให้โดยไม่มีค่าตอบแทน เช่นเดียวกับกรณีการบริจาคสินค้าของบริษัทเอง บริษัทจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าของสินค้าที่บริจาคตามราคาตลาดเช่นกัน ดังนั้น จึงต้องวางแผนภาษีให้รัดกุมเพื่อไม่ให้เกิดภาระภาษีที่เกินจำเป็น

3. การบริจาคผ่านระบบ e-Donation

การบริจาคผ่านระบบ e-Donation เป็นช่องทางที่กรมสรรพากรกำหนดให้บริษัทสามารถบริจาคเงินหรือสิ่งของผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีมากกว่าการบริจาคทั่วไป โดยบริษัทสามารถนำยอดบริจาคนั้นมาหักลดหย่อนเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของจำนวนเงินหรือมูลค่าสินค้าที่บริจาค

นอกจากนี้ ยังได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ด้วย ช่วยลดภาระภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ระบบ e-Donation ยังช่วยให้ไม่ต้องเก็บหลักฐานการบริจาคด้วยตัวเอง เนื่องจากข้อมูลการบริจาคจะถูกบันทึกและยืนยันโดยอัตโนมัติผ่านระบบกรมสรรพากร ทำให้สะดวกและลดความผิดพลาดเรื่องเอกสาร

4. การบริจาคให้แก่หน่วยงานของรัฐ

การบริจาคทรัพย์สินหรือสินค้าให้แก่หน่วยงานของรัฐ เช่น สถานศึกษาของราชการ โรงพยาบาลของรัฐ หรือองค์กรที่รัฐรับรองตามโครงการช่วยเหลือสาธารณะ บริษัทที่บริจาคในลักษณะนี้จะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าหรือทรัพย์สินที่บริจาค กล่าวคือ บริษัทไม่ต้องเสีย VAT จากมูลค่าของสินค้าหรือทรัพย์สินที่โอนให้หน่วยงานรัฐ ซึ่งช่วยลดต้นทุนและภาระภาษีของบริษัท โดยจะต้องมีเอกสารรับรองจากหน่วยงานรัฐเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการได้รับสิทธิยกเว้นภาษีนี้ตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร

ข้อควรรู้ก่อนบริจาค

ข้อควรรู้ก่อนบริจาค

การบริจาคต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

  • บริษัทควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า หน่วยงานหรือองค์กรที่รับบริจาคอยู่ในรายชื่อหน่วยงานที่กรมสรรพากรกำหนดและรับรองตามกฎหมาย
  • หากบริจาคให้กับหน่วยงานที่ไม่ได้รับการรับรอง บริษัทจะไม่สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีบริษัทได้

การบันทึกบัญชีและเก็บหลักฐานการบริจาค

  • ควรบันทึกรายการบริจาคในบัญชีอย่างถูกต้องและโปร่งใส
  • เก็บรักษาหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบอนุโมทนาบัตร หรือเอกสารยืนยันการรับบริจาค เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบจากกรมสรรพากรในอนาคต
เอกสารและหลักฐานที่ต้องใช้

เอกสารและหลักฐานที่ต้องใช้

เมื่อต้องการนำค่าบริจาคไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีบริษัท จำเป็นต้องเตรียมเอกสารและหลักฐานต่างๆ ให้ครบถ้วน เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการบริจาคและประกอบการยื่นภาษี ดังนี้

  • ใบรับบริจาคหรือหนังสือรับรองการบริจาค เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานหรือองค์กรผู้รับบริจาค ซึ่งระบุจำนวนเงินหรือมูลค่าสิ่งของที่ได้รับบริจาค เพื่อยืนยันการบริจาคจริง
  • เอกสารแสดงมูลค่าสิ่งของบริจาค สำหรับการบริจาคสิ่งของ จำเป็นต้องมีเอกสารที่แสดงราคาหรือมูลค่าตลาดของสิ่งของนั้น เช่น ใบกำกับภาษี ใบเสนอราคา หรือการประเมินมูลค่าจากบุคคลหรือองค์กรที่เชื่อถือได้
  • หลักฐานการโอนเงินหรือส่งมอบสิ่งของ เช่น สลิปโอนเงิน ใบส่งมอบสินค้า หรือเอกสารที่แสดงว่าบริษัทได้โอนทรัพย์สินหรือเงินบริจาคจริง

เอกสารประกอบที่ต้องแนบตอนยื่นภาษี รวมถึงใบรับบริจาค หนังสือรับรองการบริจาค เอกสารแสดงมูลค่า และสำเนาบัญชีที่บันทึกรายการบริจาค เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบจากกรมสรรพากร

ขั้นตอนการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบริษัท

ขั้นตอนการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบริษัท

เพื่อให้บริษัทสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการบริจาคได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน ควรแจ้งสิทธิลดหย่อนภาษีเพื่อให้ขั้นตอนเสร็จสมบูรณ์ และไม่เสียค่าใช้จ่ายบริษัทลดหย่อนภาษี สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้

  1. ตรวจสอบหน่วยงานหรือองค์กรผู้รับบริจาคว่าได้รับการรับรองจากกรมสรรพากรและอยู่ในรายชื่อที่ได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษี เพื่อให้การบริจาคมีผลทางภาษี
  2. จัดเตรียมและรวบรวมเอกสารหลักฐานการบริจาค รวบรวมใบรับบริจาค หนังสือรับรองการบริจาค เอกสารแสดงมูลค่าสิ่งของ และหลักฐานการโอนเงินหรือส่งมอบสิ่งของ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการลดหย่อนภาษี
  3. บันทึกรายการบริจาคในบัญชีของบริษัทอย่างถูกต้อง ทำการบันทึกบัญชีรายการบริจาคอย่างละเอียดและโปร่งใส เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
  4. คำนวณจำนวนเงินที่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ ตรวจสอบเงื่อนไขการลดหย่อนภาษีตามประเภทการบริจาค เช่น การบริจาคผ่านระบบ e-Donation ที่สามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า หรือตามข้อกำหนดของกฎหมาย
  5. ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลพร้อมแนบเอกสารประกอบ โดยนำยอดบริจาคและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปยื่นพร้อมแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อขอใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากกรมสรรพากร
  6. เก็บรักษาเอกสารหลักฐานเพื่อการตรวจสอบในอนาคต เก็บรักษาเอกสารและหลักฐานการบริจาคไว้เป็นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อใช้ตรวจสอบหากมีการสอบทานจากกรมสรรพากร

สรุป

การบริจาคของเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบริษัทต้องเป็นไปตามเงื่อนไขสำคัญ คือต้องบริจาคให้แก่หน่วยงานที่กรมสรรพากรรับรอง และมีเอกสารหลักฐานครบถ้วน เช่น ใบรับบริจาคหรือหนังสือรับรองการบริจาค รวมถึงการบันทึกบัญชีอย่างถูกต้อง เพื่อให้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างเต็มที่ บริษัทควรวางแผนการบริจาคอย่างรอบคอบ ทั้งในเรื่องหน่วยงานผู้รับบริจาคและการจัดเตรียมเอกสารต่างๆ แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีหรือภาษีเพื่อความมั่นใจและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง

ถ้าคุณกำลังมองหาออฟฟิศใหม่ CW Tower มีอาคารสำนักงานให้เช่าใกล้ MRT ศูนย์วัฒนธรรมฯ ที่เดินทางสะดวก พร้อมพื้นที่ให้เช่าหลากหลายรูปแบบ ทั้งออฟฟิศเปล่า ออฟฟิศตกแต่งบางส่วน หรือออฟฟิศพร้อมใช้งาน นอกจากนี้ยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ ฟิตเนส และระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานสูง

FAQ — คำถามที่พบบ่อย

ค่าใช้จ่ายบริษัทแบบไหนบ้างที่ลดหย่อนภาษีได้?

ค่าใช้จ่ายที่ลดหย่อนภาษีได้ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจจริง เช่น ค่าเช่าสำนักงาน ค่าโฆษณา ค่าบริจาคให้กับองค์กรที่ได้รับอนุญาต และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่มีหลักฐานครบถ้วนและไม่ผิดกฎหมาย

การบริจาคสิ่งของกับเงินบริจาคต่างกันอย่างไรในเรื่องลดหย่อนภาษี?

ทั้งการบริจาคสิ่งของและเงินบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขเดียวกัน เช่น บริจาคให้หน่วยงานที่ได้รับอนุมัติ และต้องมีใบเสร็จรับเงินรับรอง อย่างไรก็ตาม การบริจาคสิ่งของอาจมีข้อจำกัดในเรื่องการประเมินมูลค่า

บริษัทสามารถบริจาคสิ่งของแล้วหักลดหย่อนภาษีได้กี่เปอร์เซ็นต์?

โดยทั่วไปบริษัทสามารถนำค่าใช้จ่ายในการบริจาคไปหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 10% ของกำไรสุทธิ ก่อนหักภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและประเภทของการบริจาคตามกฎหมายภาษี

หากบริษัทบริจาคสิ่งของผิดเงื่อนไข จะมีผลอย่างไรต่อภาษี?

หากบริษัทบริจาคสิ่งของโดยไม่มีหลักฐานหรือบริจาคให้กับหน่วยงานที่ไม่ผ่านการรับรอง สิทธิในการลดหย่อนภาษีอาจถูกปฏิเสธ และอาจมีการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม รวมถึงโทษทางกฎหมายตามที่กรมสรรพากรกำหนด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

24 ธันวาคม 2025
11 ธันวาคม 2025
11 ธันวาคม 2025
11 ธันวาคม 2025
11 ธันวาคม 2025
11 ธันวาคม 2025

เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้แบ่งปันข้อมูลดี ๆ ให้กับคุณ

หากคุณต้องการ เช่าออฟฟิศ สามารถติดต่อเราได้เลย