ทริควิธีเลือกสีเสื้อมงคล พร้อมเผยเทคนิคแต่งตัวสัมภาษณ์งานให้ได้งาน

วิธีเลือกสีเสื้อมงคล

การสัมภาษณ์งาน ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการเริ่มต้นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่แรก หรือการทำงานในที่ใหม่ โดยสิ่งที่จะช่วยเสริมความมั่นใจ ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการเพิ่มโอกาสได้งาน คงหนีไม่พ้น การแต่งตัวไปสัมภาษณ์งาน บางคนอาจเลือกใส่เสื้อผ้าสีโทนสุภาพและดูเรียบร้อยตามสูตรแนะนำ แต่สำหรับสายมูคงอยากพึ่งตารางสีเสื้อมงคลจากหมอดูชื่อดัง ในบทความนี้ จะช่วยเสนอแนวทางในการมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าให้เหมาะสม ที่จะช่วยเสริมความเฮง และเพิ่มโอกาสในการได้งานกับทุกเพศทุกวัย

สีเสื้อมงคลสำคัญกับการสัมภาษณ์งานอย่างไร? 

สาเหตุที่ทำให้ตารางสีเสื้อมงคลสัมภาษณ์งานแต่ละที่บอกไม่เหมือนกัน จนหลายคนเกิดความสงสัยว่าจะเลือกเชื่อตารางไหนดีนั้น เกิดจากการคำนวณที่แตกต่างกัน โดยส่วนใหญ่ โหราศาสตร์ของบ้านเราจะได้รับอิทธิพลมาจากคัมภีร์พระเวท ดังนั้น สีมงคล จึงหมายถึง ความเชื่อที่ว่าหากใช้เสื้อผ้าอาภรณ์ อย่างเครื่องนุ่งห่ม เครื่องประดับ หรือของใช้อื่น ที่มีสีถูกโฉลกกับเทวดานพเคราะห์หรือเทวดาประจำวัน จะช่วยเสริมราศีและโชคลาภในด้านต่าง ๆ ให้กับผู้เป็นเจ้าของ แต่หากใช้สีที่เป็นกาลกิณีจะทำให้ชีวิตติดขัดด้วยปัญหาหรือนำมาซึ่งความสูญเสียได้ 

โดยตารางสีเสื้อมงคลสัมภาษณ์งานสามารถแบ่งออกได้ ดังนี้

1. จำแนกตามวันเกิด

การเลือกแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานตามวันเกิดของเรา โดยการใส่เสื้อผ้าหรือเลือกเครื่องประดับด้วยสีที่ถูกโฉลก และหลีกเลี่ยงสีที่เป็นกาลกิณีตามวันเกิดทางโหราศาสตร์ ซึ่งจะมีความแตกต่างจากการนับวันเกิดตามปฏิทินสากลอยู่เล็กน้อย คือ การจัดสีมงคลตามตำรามหาทักษา 

โดยในการเสริมมงคลให้มีโอกาสได้งาน ควรเลือกสีที่เป็น “มนตรี” หมายถึง สีที่เสริมด้านการได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชู ให้ผู้ใหญ่รักและเมตตาเอ็นดู หรือสีที่เป็น “ศรี” ที่จะส่งเสริมในด้านที่เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เช่น ทรัพย์ โชคลาภและการเป็นที่รัก เป็นต้น โดยวันเกิดทางโหราศาสตร์และสีมงคลจะแบ่งได้ ดังนี้

วันอาทิตย์

คนที่เกิดในเวลาตั้งแต่ 06.00 น. ของวันอาทิตย์ จนไปถึง 05.59 น. ของเช้าวันจันทร์ ควรใส่เสื้อผ้าหรือพกเครื่องประดับที่มีสีเขียวเพื่อเสริมศรี และ สีเทาหรือสีบรอนซ์ที่เป็นมนตรี โดยควรหลีกเลี่ยงสีโทนฟ้าและน้ำเงินเพราะเป็นกาลกิณี

วันจันทร์

คนที่เกิดในเวลาตั้งแต่ 06.00 น. ของวันจันทร์ จนไปถึง 05.59 น. ของเช้าวันอังคาร ควรใส่เสื้อผ้าหรือพกเครื่องประดับที่มีสีดำและสีม่วงเพื่อเสริมศรี และ สีโทนฟ้าหรือน้ำเงินที่เป็นมนตรี โดยควรหลีกเลี่ยงสีแดงและสีทองเพราะเป็นกาลกิณี

วันอังคาร

คนที่เกิดในเวลาตั้งแต่ 06.00 น. ของวันอังคาร จนไปถึง 05.59 น. ของเช้าวันพุธ ควรใส่เสื้อผ้าหรือพกเครื่องประดับที่มีสีโทนส้มหรือแสดเพื่อเสริมศรี และ สีแดงและสีทองที่เป็นมนตรี โดยควรหลีกเลี่ยงสีขาวและสีเหลืองเพราะเป็นกาลกิณี

วันพุธกลางวัน

คนที่เกิดในเวลาตั้งแต่ 06.00 – 17.59 น. ของวันพุธ ควรใส่เสื้อผ้าหรือพกเครื่องประดับที่มีสีเทาหรือสีบรอนซ์เพื่อเสริมศรี และ สีขาวหรือสีเหลืองที่เป็นมนตรี โดยควรหลีกเลี่ยงสีชมพูเพราะเป็นกาลกิณี

วันพุธกลางคืน

คนที่เกิดในเวลาตั้งแต่ 18.00 น. ของวันพุธ จนไปถึง 05.59 น. ของเช้าวันพฤหัสบดี ควรใส่เสื้อผ้าหรือเครื่องประดับที่มีสีขาวและสีเหลืองเพื่อเสริมศรี หรือ สีดำและสีม่วงที่เป็นมนตรี โดยควรหลีกเลี่ยงสีโทนส้มหรือแสดเพราะเป็นกาลกิณี

วันพฤหัสบดี

คนที่เกิดในเวลาตั้งแต่ 06.00 น. ของวันพฤหัสบดี จนไปถึง 05.59 น. ของเช้าวันศุกร์ ควรใส่เสื้อผ้าหรือพกเครื่องประดับที่มีสีแดงและสีทองเพื่อเสริมศรี และสีเขียวที่เป็นมนตรี โดยควรหลีกเลี่ยงสีดำและสีม่วงเพราะเป็นกาลกิณี

วันศุกร์

คนที่เกิดในเวลาตั้งแต่ 06.00 น. ของวันศุกร์ จนไปถึง 05.59 น. ของเช้าวันเสาร์ ควรใส่เสื้อผ้าหรือพกเครื่องประดับที่มีสีชมพูที่เสริมศรี หรือสีโทนส้มหรือแสดที่เป็นมนตรี โดยควรหลีกเลี่ยงสีเทาและสีบรอนซ์เพราะเป็นกาลกิณี

วันเสาร์

คนที่เกิดในเวลาตั้งแต่ 06.00 น. ของวันเสาร์ จนไปถึง 05.59 น. ของเช้าวันอาทิตย์ ควรใส่เสื้อผ้าหรือพกเครื่องประดับที่มีสีโทนฟ้าหรือน้ำเงินที่เสริมศรี และสีชมพูที่เป็นมนตรี โดยควรหลีกเลี่ยงสีเขียวเพราะเป็นกาลกิณี

2. จำแนกตามวันสัมภาษณ์งาน

ตารางสีเสื้อมงคลสัมภาษณ์งานที่เราได้จากเหล่าหมอดูชื่อดังนั้น จะมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกปี โดยคำนวณจากการโคจรของดวงดาวแต่ละดวง ที่มีการเคลื่อนย้ายและทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น เพื่อเสริมความเฮงในด้านต่าง ๆ จึงควรหมั่นอัปเดตตาราง โดยในการสัมภาษณ์งานอาจจะเน้นสีที่เสริมมนตรีหรือเสริมศรีให้มีคนรักและการประสบความสำเร็จ แต่สำหรับผู้ที่อยากเสริมความสิริมงคลในทุกๆ ด้าน อาจจะเน้นที่การหลีกเลี่ยงสีที่เป็นกาลกิณีของวันนั้นๆ แทน

พลังของสี ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการสัมภาษณ์งาน

พลังของสีต่าง ๆ ในด้านจิตวิทยา (Color Psychology) สื่อถึงอะไร? 

แม้แต่ละสีจะมีความหมายที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละวัฒนธรรม เช่น สีเหลืองสื่อถึงความหวังในแคนาดา เพราะในช่วงสงคราม ชาวแคนาดาติดริบบิ้นสีเหลือง เพื่อระลึกถึงและหวังให้คนที่ไปรบกลับบ้านอย่างปลอดภัย แต่ในอเมริกาและยุโรปจะใช้สีเขียวสื่อถึงความหวัง เพราะเป็นสีของใบไม้และต้นอ่อนพืช เป็นต้น

 ในทางจิตวิทยาเกี่ยวกับสี (Color Psychology) มีการศึกษาว่าความเข้มของแต่ละสีมีผลต่อพฤติกรรมและความรู้สึกของมนุษย์ ในส่วนนี้จะให้ข้อมูลว่าแต่ละสีส่งผลต่ออารมณ์ของผู้คนในแง่ใด เพื่อเป็นแนวทางการมิกซ์แอนด์แมตช์ การแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานและการสร้างความประทับใจแรกพบแก่ผู้สัมภาษณ์

  • สีขาว: ให้ความรู้สึกเรียบง่าย ความสงบ ความไร้เดียงสา และความจริงใจ แต่การใช้สีขาวมากเกินไปจะให้ความรู้สึกว่างเปล่าและไม่น่าสนใจได้
  • สีดำ: เป็นสีที่ให้ความรู้สึกมีพลังและอำนาจ รวมไปถึง ความลึกลับและหรูหรา แต่การใช้สีดำที่เสื้อผ้ามากเกินไปอาจให้ความรู้สึกไม่เป็นมิตรและเข้าถึงยาก
  • สีเทา: เป็นสีที่อยู่ระหว่างสีขาวและสีดำ มักให้ความรู้สึกสงบ ความเป็นกลางและความฉลาดเฉลียว
  • สีแดง: เป็นสีที่ให้ความรู้สึกรุนแรงและมีพลัง สามารถสื่อถึงการมีไฟหรือแพสชันในการทำงานได้ แต่การใช้สีแดงมากเกินพอดี นอกจากจะทำให้ดูเด่นเกินควรแล้ว อาจทำให้ดูเป็นคนอารมณ์รุนแรงได้เช่นกัน ดังนั้น ในการแต่งตัวสัมภาษณ์งานจึงควรใช้สีแดงอย่างระมัดระวัง เช่น การใช้เป็นเครื่องประดับแท
  • สีกรมท่า: เป็นสีที่ให้ความรู้สึกน่าเชื่อถือ และเต็มไปด้วยความมั่นใจ รวมไปถึง ให้ความรู้สึกสงบ เพราะเป็นสีของท้องทะเล
 แนวทางการแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานให้เหมาะสม

แนวทางการแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานให้เหมาะสมกับประเภทงานของบริษัท

การทำความรู้จักกับบริษัทนั้นมีความสำคัญ เพราะไม่เพียงแต่แสดงถึงความใส่ใจ เมื่อถูกผู้สัมภาษณ์สอบถาม แต่ยังเป็นแนวทางในการแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานให้เหมาะสมกับทั้งตัวเราและประเภทของงานที่ต้องการ เรียกได้ว่า กลมกลืนกับองค์กร แต่ก็โดดเด่นจนเป็นที่จดจำในสายตาผู้สัมภาษณ์ ซึ่งจะช่วยให้เราชนะคู่แข่งคนอื่นและได้รับโอกาสในการทำงาน โดยรูปแบบการแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานสามารถแบ่งได้เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้

รูปแบบเป็นทางการ (Business Formal)

หากคุณไปสัมภาษณ์งานในสายที่ต้องการความน่าเชื่อถืออย่างสายการเงิน การบัญชี การจัดการ หรือให้คำปรึกษา ควรแต่งกายด้วยรูปแบบเป็นทางการ เช่น การใส่เสื้อเชิ้ตสีพื้น กางเกงสแล็ค หรือกระโปรงยาวคลุมเข่าที่มีสีสุภาพอย่างสีดำหรือสีกรมท่า เป็นต้น รวมไปถึง อาจสวมสูทและผูกเน็กไทเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ  

รูปแบบกึ่งทางการ (Business Casual)

ในการสัมภาษณ์งานบริษัททั่วไป ธุรกิจ Start-up หรืองานสายครีเอทีฟ การแต่งตัวจัดเต็มอย่างการใส่สูททับหรือผูกเน็กไท จะให้ลุคที่ดูเป็นทางการจนเกินไป ดังนั้น ควรแต่งตัวแบบกึ่งทางการที่ให้ความรู้สึกเป็นมืออาชีพ แต่ยังเข้าถึงได้ง่ายอยู่ เช่น การใส่เสื้อเชิ้ตสีอ่อนที่ไม่ติดกระดุมบน และมีการเพิ่มลูกเล่นด้วยลวดลายเล็กๆ หรือ กางเกงสแล็คสีกากี เป็นต้น

นักศึกษาจบใหม่ หรือฝึกงาน (Internship)

สำหรับนักศึกษาที่หาสถานที่ฝึกงาน หรือบัณฑิตป้ายแดงที่เพิ่งจบ ในการแต่งตัวไปสัมภาษณ์งาน ควรดูสภาพแวดล้อมหรือประเภทองค์กรที่ต้องเข้าไปทำงานเป็นหลัก เช่น หากเป็นสายงานที่ต้องการความน่าเชื่อถือ ควรแต่งกายด้วยชุดรูปแบบทางการ หรือธุรกิจ Start up อาจแต่งกายด้วยชุดกึ่งทางการ เป็นต้น นอกจากนี้ อาจเลือกใส่เสื้อผ้าที่มีสีขาว เพราะเป็นสีที่แสดงถึงการเริ่มต้นใหม่ในการเข้าสู่วัยทำงาน แต่ควรระวังไม่ให้เนื้อผ้าบางจนเกินไป

องค์กรที่ไม่ได้เจาะจงรูปแบบการแต่งตัวที่ชัดเจน (No Dress Code)

หากคุณต้องแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานในองค์กรที่ไม่มีรูปแบบการแต่งตัวที่ชัดเจน ควรเลือกเสื้อผ้าที่ใส่แล้วให้ความรู้สึกมั่นใจ เพราะความมั่นใจเป็นหัวใจสำคัญในการสัมภาษณ์งาน โดยอาจเลือกเสื้อผ้าที่ดูเรียบร้อยและแสดงถึงความเป็นมืออาชีพอย่างการแต่งกายด้วยรูปแบบกึ่งทางการ เช่น เสื้อเชิ้ตสักตัว กับกางเกงสแล็คหรือกระโปรงทรงเอ เป็นต้น โดยหลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่ดูไม่เป็นมืออาชีพ หรือมีการเปิดเผยร่างกายเกินควร  เช่น เสื้อแขนกุด กางเกงยีนส์แต่งขาด รองเท้าแตะ  หรือเครื่องประดับที่สะท้อนแสงมากเกินไป เพราะถึงองค์กรจะไม่มีรูปแบบการแต่งกายที่ชัดเจน แต่การสร้างความประทับใจแรกพบ ก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญเหมือนกัน

การแต่งตัวสัมภาษณ์งานแบบ Gender Neutral

แนะนำการแต่งตัวสัมภาษณ์งาน Style ความเป็นกลางทางเพศ (Gender Neutral)

การกำหนดว่าเสื้อผ้าแบบไหนเหมาะกับใครนั้น เป็นสิ่งที่ถูกตั้งขึ้นจากกรอบบรรทัดฐานทางสังคม (Norm) ดังนั้น ในความเป็นจริงแล้ว เสื้อผ้าและแฟชั่นไม่มีเพศที่ตายตัว ซึ่งไม่ว่าคุณจะมีสำนึกทางเพศ (Sexual Consciousness) หรือ เลือกให้อัตลักษณ์ทางเพศ (Gender Identity) ของตนเองเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) กลุ่มนอนไบนารี (Non-binary) หรือกลุ่มสเตรท (Straight) คุณสามารถเลือกแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานที่จะสร้างความมั่นใจให้แก่ตนเองได้ โดยอาจเลือกเสื้อผ้าสไตล์ความเป็นกลางทางเพศ (Gender Neutral) ซึ่งมีเคล็ดลับในการเลือกดังนี้

  • สีที่เป็นกลาง (Neutral colors): เช่น สีดำ สีเทา สีน้ำตาล สีน้ำเงินหรือสีกรมท่า สีเบจ และสีขาว 
  • ซื่อสัตย์กับตัวเอง: แม้ว่าคุณต้องการสร้างความประทับใจให้แก่ผู้สัมภาษณ์ แต่คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองทั้งหมด คุณควรแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานด้วยชุดที่ช่วยให้รู้สึกเป็นตัวเอง ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นใจได้ เช่น หากคุณไม่เคยมั่นใจในชุดเดรส ควรใส่กางเกงขายาวสุภาพแทน เป็นต้น 
  • ยึดหลัก Three Ps: Proper Fit (ชุดที่ใส่พอดี), Polished (ชุดที่เรียบร้อย ไม่มีลวดลายมากเกินไป) และ Professional (ชุดที่ดูเป็นมืออาชีพ)
โทนสีที่เหมาะกับการแต่งตัวไปสัมภาษณ์งาน

โทนสีที่เหมาะสม พร้อมคู่สีแนะนำในการแต่งตัวไปสัมภาษณ์งาน

แม้ว่าผลการศึกษาจากผู้สัมภาษณ์งาน ที่ถูกรวบรวมโดย CareerBuilder ในหัวข้อ “สีที่ดีและแย่ที่สุดในการแต่งตัวไปสัมภาษณ์งาน (The Best and Worst Colors To Wear To A Job Interview)” จะจัดให้สีแนวอนุรักษ์นิยมอย่างสีกรมท่าและสีดำคือสีที่ดีที่สุด และสีส้มคือสีที่แย่ที่สุด แต่หากคุณเลือกจับคู่โทนสีที่เหมาะสมในการแต่งตัวไปสัมภาษณ์งาน ก็จะช่วยสร้างความโดดเด่นและเพิ่มโอกาสในการได้งานเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น สีเอิร์ธโทนจะให้ลุคสุขุม หรือ การใส่สีพาสเทลกับลิปสีสุภาพช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือได้ เป็นต้น 

นอกจากนี้ อาจจับคู่โทนสีเข้มและอ่อนไว้ด้วยกัน เพราะสีเข้มล้วนทำให้ดูอึมครึมและเข้าถึงยาก แต่สีอ่อนล้วนอาจทำให้ขาดความน่าสนใจ เช่น การใส่เสื้อสีอ่อนคู่กับกางเกงสีเข้ม หรือการแมตช์ชุดด้วยสีขาวและสีดำ ซึ่งเป็นคู่สีสุดฮิตที่ลงตัวเหมือนสัญลักษณ์หยินหยาง เป็นต้น

เทคนิคการแต่งตัวสร้างความประทับใจ

Tips การแต่งตัวสร้างความประทับใจในวันสัมภาษณ์งาน

นอกจากจะต้องแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานให้เหมาะสมแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้สัมภาษณ์ได้ ทั้งยังอาจเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตัวคุณเองอีกด้วย จะมีปัจจัยอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

การแต่งหน้า

หากแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานแบบจัดเต็มแล้ว คุณไม่ควรเปลือยหน้าสดไปสัมภาษณ์งานอย่างแน่นอน เพราะในระหว่างที่สนทนา ใบหน้าของคุณจะเป็นสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ต้องมอง ดังนั้น เพื่อไม่ให้พลาด สาว ๆ ควรแต่งหน้าโดยเน้นให้ดูเป็นธรรมชาติ อย่างการใช้บลัชออนสีชมพูหรือส้ม และลิปสติกสีอ่อน โดยหลีกเลี่ยงลิปกลอสที่ดูมันวาว นอกจากนี้ หนุ่ม ๆ ก็สามารถแต่งหน้าได้เช่นกัน เพื่อทำให้ใบหน้าดูสดใสและกลบรอยสิว โดยอาจทาครีมกันแดด รองพื้นหรือแป้ง และลิปมบาร์มเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก

ทรงผม

สำหรับใครที่ไว้ผมยาว ควรจัดทรงผมให้ดูเรียบร้อยและไม่ยุ่งเหยิง หรือปิดหน้าปิดตาตอนสัมภาษณ์ โดยอาจจะรวบมัดเป็นหางม้าเพื่อให้ดูทะมัดทะแมงก็ได้ หรือสำหรับคุณผู้ชาย อาจใช้เจลหรือใส่น้ำมันเล็กน้อยเพื่อเซตผมให้เข้าทรง แต่ควรระวังไม่ให้ผมดูมันจนเกินไป

เครื่องประดับ

ควรใส่เครื่องประดับที่จำเป็นและใส่ในปริมาณที่พอดี เช่น นาฬิกาข้อมือที่ดูเรียบ ๆ สักเรือน หรือแหวนสักวง เป็นต้น หลีกเลี่ยงการใส่เครื่องประดับในปริมาณที่มากเกินไป ซึ่งจะแย่งความสนใจของผู้สัมภาษณ์ไปจากตัวคุณ นอกจากนี้ สำหรับใครที่มีสีถูกโฉลกที่ดูไม่เหมาะสมจะใส่เป็นสีเสื้อมงคลสัมภาษณ์งาน เช่น สีแดง หรือสีแสด อาจเลือกใส่เครื่องประดับเป็นสีดังกล่าว เพื่อเสริมความเฮงได้

น้ำหอม

กลิ่นของน้ำหอมเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้คุณโดดเด่นได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงน้ำหอมที่มีกลิ่นรุนแรง เพราะเราไม่รู้ว่าผู้สัมภาษณ์จะมีปัญหาแพ้น้ำหอมหรือไม่ชอบกลิ่นที่เราฉีดหรือไม่ โดยอาจจะเน้นไปที่โรลออนระงับกลิ่นกายเป็นหลัก ในกรณีที่ฉีดน้ำหอม อาจสังเกตตนเองว่าเสื้อมีรอยเปียก ที่แสดงว่าฉีดน้ำหอมในปริมาณมากเกินไปหรือไม่ 

รอยยิ้ม

รอยยิ้มที่จริงใจถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องประดับสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย เพราะการมีรอยยิ้มพิมพ์ใจจะทำให้คุณดูเป็นคนที่น่าเข้าหา ที่ใคร ๆ ก็อยากทำงานด้วย นอกจากนี้ ในการพูดตอบคำถามขณะที่มีรอยยิ้มประดับอยู่จะช่วยให้เสียงของคุณดูอบอุ่นและเป็นมิตรมากขึ้น

กุญแจสำคัญในการแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานให้ได้งานและโอกาสที่ดี

กุญแจสำคัญในการแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานให้ได้งานและโอกาสที่ดี

แม้ว่าคุณจะใช้ตารางสีเสื้อมงคลสัมภาษณ์งาน เพื่อเสริมศรีหรือมนตรีให้กับตนเอง แต่สิ่งที่เป็นกุญแจสำคัญในการแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานที่จะทำให้คุณได้โอกาส คือ ความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จากการมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าให้มีความพอดีทั้งขนาดและลวดลาย รวมไปถึง การทำความเข้าใจกับรูปแบบนโยบายขององค์กรที่จะช่วยให้คุณสามารถเลือกเสื้อผ้าที่ดูเป็นมืออาชีพและเหมาะสมตามกาลเทศะ ซึ่งจะช่วยสร้างความประทับใจแรกพบให้แก่ผู้ที่สัมภาษณ์งานและทำให้ชนะคู่แข่งได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

11 พฤษภาคม 2565
11 พฤษภาคม 2565
05 พฤษภาคม 2565
29 เมษายน 2565
29 เมษายน 2565
29 เมษายน 2565