เตรียมตัวไว้ ได้งานก่อน! เทคนิคการสัมภาษณ์งานอย่างไร ให้ถูกใจ HR

เทคนิคการสัมภาษณ์งาน

การสัมภาษณ์งานถือว่าเป็นด่านแรกที่ HR จะพิจารณาเราในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทัศนคติ คุณสมบัติในการทำงาน มุมมองในการทำงาน และบุคลิกภาพ เพื่อพิจารณาว่าเรามีความเหมาะสมกับตำแหน่งงานนั้นๆ ของบริษัทหรือไม่

ซึ่งการเตรียมตัวก่อนสัมภาษณ์งานที่ดี จะช่วยให้คุณพร้อมสำหรับการสัมภาษณ์ ดังนั้น การเรียนรู้เทคนิคการสัมภาษณ์งานในด้านต่างๆ ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร การแต่งตัว รวมไปถึงการตอบคำถามและการแนะนำตนเอง ที่จะเป็นตัวช่วยให้การสัมภาษณ์งานนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งเทคนิคการสัมภาษณ์งานต่างๆ ในบทความนี้จะช่วยให้การสัมภาษณ์งานของคุณถูกใจ HR อย่างแน่นอน

เตรียมตัวไว้มีชัยไปกว่าครึ่ง เทคนิคการสัมภาษณ์งานให้ถูกใจ HR

เตรียมตัวไว้มีชัยไปกว่าครึ่ง เทคนิคการสัมภาษณ์งานให้ถูกใจ HR

ไม่ว่าคุณจะต้องการทำอะไร ถ้าหากมีการเตรียมตัวที่ดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง รวมถึงการสัมภาษณ์งานที่จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวที่ดี เพื่อให้มีความพร้อมในการสัมภาษณ์งาน ซึ่งมีเทคนิคการสัมภาษณ์งานมากมายที่ควรเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเตรียมเอกสาร การรวบรวมผลงาน หรือแม้กระทั่งการแต่งกาย ซึ่งเทคนิคต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยเตรียมความพร้อมก่อนการสัมภาษณ์และช่วยให้คุณผ่านการสัมภาษณ์งานไปได้อย่างราบรื่น

1. เตรียมเอกสารให้พร้อม

การจัดเตรียมเอกสารควรเตรียมให้พร้อมก่อนที่จะถึงวันสัมภาษณ์งาน เพื่อที่จะได้มีเวลาเช็กว่ายังขาดเอกสารอะไรบ้างและจะได้มีเวลาในการเตรียมเอกสารเหล่านั้น โดยส่วนใหญ่แล้วเอกสารและอุปกรณ์ที่ควรเตรียมไปในวันสัมภาษณ์งานมีดังนี้

หลักฐานในการสมัครงาน

เมื่อได้รับการติดต่อในการสัมภาษณ์งาน สิ่งแรกที่ควรทำ คือ การเตรียมเอกสารต่างๆ ที่ใช้ในการสมัครงาน ดังนี้

  • เรซูเม่ (Resume) หรือเอกสารสรุปประวัติส่วนตัวคร่าวๆ ที่จะเน้นไปที่ประสบการณ์ในการทำงานและประวัติการศึกษา
  • เอกสารราชการที่สำคัญ เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำหรับผู้ชายอาจมีหนังสือลงบัญชีทหารกองเกิน (สด.9) หรือใบผ่านการเกณฑ์ทหาร (สด.43)

ใบอนุญาตวิชาชีพ

สำหรับบางอาชีพจำเป็นที่จะต้องมีใบอนุญาตวิชาชีพ ซึ่งเป็นใบอนุญาตให้ประกอบอาชีพตามสาขาที่ได้เรียนมา โดยผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจะต้องมีคุณสมบัติตามที่องค์กรออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพกำหนดไว้ หากผู้ใดที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ จะมีโทษตามที่องค์กรวิชาชีพแต่ละองค์กรกำหนดไว้ ซึ่งสาขาอาชีพที่จำเป็นต้องมีใบประกอบวิชาชีพนั้นมีหลายสาขา เช่น คณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ เป็นต้น

ผลงาน หรือ Portfolio

ผลงาน หรือ Portfolio เป็นแฟ้มรวบรวมผลงานที่ผ่านมา หรือที่เคยทำมา เพื่อให้ผู้สัมภาษณ์ได้พิจารณาผลงานที่ผ่านมาว่าเหมาะสมกับตำแหน่งงานของบริษัทหรือไม่ สำหรับผู้ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษา หรือผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน สามารถใช้ผลงานหรือกิจกรรมที่ทำสมัยเรียน ในการทำ Portfolio ได้เช่นกัน หรือสร้างผลงานขึ้นมาใหม่ตามหัวข้อที่สนใจหรือหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่สมัคร เพื่อสมัครงานนี้โดยเฉพาะก็สามารถทำได้เช่นกัน

อุปกรณ์เครื่องเขียน

บางบริษัทอาจจะมีแบบทดสอบให้ทำก่อนการสัมภาษณ์งาน ดังนั้น การเตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียน ไม่ว่าจะเป็น ดินสอ ปากกา หรือน้ำยาลบคำผิด เป็นสิ่งที่ควรเตรียมให้พร้อม เมื่อถึงเวลาที่จำเป็นต้องใช้ จะได้ไม่ต้องวุ่นวายหาให้เสียเวลา แถมยังทำให้เราดูเป็นมืออาชีพและดูเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดีอีกด้วย

หาข้อมูลของบริษัทไว้ให้พร้อม

2. หาข้อมูลของบริษัทไว้ให้พร้อม

อีกหนึ่งเทคนิคการสัมภาษณ์งาน คือ การเตรียมข้อมูลของบริษัท เพราะการหาข้อมูลของบริษัทเป็นการแสดงถึงความสนใจในบริษัท และบริษัทหลายๆ แห่งมักจะถามคำถามนี้เพื่อประเมินความสนใจในการร่วมงาน ดังนั้น การเตรียมหาข้อมูลของบริษัทไว้ถือเป็นเทคนิคการสัมภาษณ์งานที่ดี ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของบริษัท หรือลักษณะการดำเนินงานของบริษัท เป็นต้น

แต่งตัวให้เหมาะสม

แต่งตัวให้เหมาะสม

การแต่งกายเป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะการสร้าง First Impression ที่ดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง โดยการแต่งตัวให้เหมาะสมถือเป็นการสร้างความประทับใจให้กับผู้สัมภาษณ์ ซึ่งจะต้องแต่งตัวให้ถูกกาลเทศะและเหมาะสมกับตำแหน่งงานที่สมัคร นอกจากนี้จะต้องดูแลเรื่องความสะอาดของร่างกายในทุกๆ ส่วนด้วย เช่น เล็บมือ หรือนิ้วมือ เป็นต้น ซึ่งเทคนิคในการแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานง่ายๆ สำหรับผู้หญิงและผู้ชาย มีดังนี้

การแต่งตัวของผู้ชาย

การแต่งตัวสำหรับการสัมภาษณ์งานของผู้ชาย จะต้องเริ่มตั้งแต่การจัดแต่งทรงผมให้มีความเรียบร้อย ไม่ปล่อยให้ยุ่งเหยิง ส่วนการแต่งกายควรเลือกเสื้อสีสุภาพ ไม่ฉูดฉาด กางเกงสแลคสีดำหรือสีสุภาพ บางตำแหน่งงานอาจจะต้องสวมใส่สูทเพื่อความสุภาพ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเมืองไทยไม่เคร่งเรื่องการสวมใส่สูทมากนัก และรองเท้าควรสวมใส่เป็นรองเท้าหนังสีน้ำตาลหรือสีดำ จะดูมีความเหมาะสมและสุภาพมากยิ่งขึ้น

การแต่งตัวของผู้หญิง

การแต่งตัวสัมภาษณ์งานสำหรับผู้หญิง อาจจะมีรายละเอียดที่แตกต่างจากผู้ชายเพียงเล็กน้อย ในส่วนของการแต่งหน้าทำผม ที่ควรแต่งหน้าให้มีความเป็นธรรมชาติและจัดแต่งทรงผมให้มีความเรียบร้อย นอกจากนั้นยังควรเลือกสวมใส่เครื่องประดับให้มีความเหมาะสมกับชุด ไม่ใส่เยอะจนเกินไป รวมถึงการเลือกเสื้อผ้า ที่ควรเลือกเสื้อผ้าสีสุภาพอย่างสีฟ้า สีขาว หรือสีเบจ เป็นต้น สวมใส่กางเกงสแลคหรือกระโปรง แต่ควรเลือกสวมกระโปรงที่ไม่สั้นจนเกินไป เพื่อความสุภาพ และเลือกสวมรองเท้าหุ้มส้น หลีกเลี่ยงการสวมใส่รองเท้าผ้าใบเพราะอาจจะดูไม่เหมาะสม

ฝึกตอบคำถามให้แม่น เทคนิคการสัมภาษณ์งานที่ดี

ฝึกตอบคำถามให้แม่น

การฝึกตอบคำถามเป็นอีกหนึ่งเทคนิคการสัมภาษณ์งานที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจขณะสัมภาษณ์งานได้ ซึ่งหลายๆ คนอาจเจอคำถามที่ไม่เคยเจอมาก่อน ทำให้คิดคำตอบไม่ทันหรือไม่สามารถตอบได้อย่างฉะฉาน ดังนั้น การเรียนรู้คำถามและฝึกตอบให้แม่น ทำให้มีเวลาในการทำความเข้าใจคำถามมากขึ้น เพื่อที่จะได้หาคำตอบที่ตรงกับความคิดเรามากที่สุด และที่สำคัญยังช่วยลดโอกาสในการเกิดข้อผิดพลาดอีกด้วย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคำถามในการสัมภาษณ์งานที่มักจะพบบ่อยๆ ได้แก่

  • ทำไมจึงมีความสนใจในการร่วมงานกับบริษัทของเรา
  • จุดอ่อนและจุดแข็งของคุณคืออะไร
  • ทำไมจึงลาออกจากที่ทำงานเดิม

ซึ่งคำถามเหล่านี้เป็นคำถามยอดฮิตที่พบได้บ่อย ดังนั้น การฝึกตอบคำถามเหล่านี้ก็จะช่วยลดข้อผิดพลาดในการตอบคำถาม โดยการฝึกตอบคำถามนั้นควรใช้น้ำเสียงที่น่าฟัง พูดชัดถ้อยชัดคำ ที่สำคัญควรตอบตามความจริงแต่ไม่แสดงทัศนคติที่เป็นลบออกไป

เทคนิคสัมภาษณ์งานโดยแนะนำตัวให้ฟัง

แนะนำตัวให้ปัง

การแนะนำตัวเองเหมือนเป็นเรื่องที่ง่าย แต่จะทำอย่างไรให้มีความน่าสนใจ การแนะนำตัวให้ปังเป็นอีกเทคนิคการสัมภาษณ์งานที่จะต้องมีการเตรียมตัวให้ดี โดยอาจจะเริ่มจากการแนะนำชื่อ แล้วตามด้วยประสบการณ์ในการทำงาน ว่าเคยทำในตำแหน่งอะไรมาก่อน หน้าที่ความรับผิดชอบมีอะไรบ้าง แน่นอนว่าทุกการสัมภาษณ์งานจะต้องมีการแนะนำตัวอย่างแน่นอน การเขียนบทพูดแนะนำตัวเองก่อนการสัมภาษณ์งานและฝึกก่อน จะช่วยให้พูดได้อย่างคล่องแคล่วมากขึ้น

บุคลิกดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

บุคลิกดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

บุคลิกเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดในทางกายภาพตั้งแต่การเดิน การนั่ง การมอง และการพูด การมีบุคลิกภาพที่ดีจึงเป็นอีกหนึ่งความสำคัญในการสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเจอ โดยวิธีการสร้างบุคลิกภาพที่ดีต้องใช้เวลาในการฝึกฝน ดังนี้

  • การแต่งกาย เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ช่วยส่งเสริมให้บุคลิกภาพดีขึ้นได้ โดยเลือกการแต่งกายที่เหมาะกับรูปร่างของตนเอง สำหรับคนที่เลือกเสื้อผ้าไม่เป็น แมทช์เสื้อผ้าไม่เข้ากันหรือดูไม่เหมาะกับตนเอง  ให้แต่งกายที่เรียบง่ายแต่มีความสะอาดสะอ้าน
  • การเคลื่อนไหวต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การยืน การนั่ง การแสดงออกทางสายตา รวมถึงการแสดงออกในเรื่องอื่นๆ ต้องมีความสุขุม ถูกกาลเทศะและเหมาะกับสถานการณ์ 
  • การพูด เป็นอีกหนึ่งเทคนิคการสัมภาษณ์งาน ที่มีความสำคัญเพราะสามารถทำให้เกิดความประทับใจได้ บางคนมีบุคลิกภาพในด้านต่างๆ ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การนั่งแต่เมื่อพูดแล้วกลับหมดเสน่ห์ได้ง่ายๆ ดังนั้น ควรมีการฝึกฝนการพูดตั้งแต่การเลือกใช้น้ำเสียง โดยใช้น้ำเสียงที่มีความนุ่มนวล พูดด้วยความมั่นใจ ชัดถ้อยชัดคำ มีท่าทางและสีหน้าที่เป็นมิตร เพียงเท่านี้ก็ช่วยสร้างความประทับใจให้กับผู้ฟังได้แล้ว
ไปลา มาไหว้ ถูกใจ HR

ไปลา มาไหว้ ถูกใจ HR

มารยาทเป็นวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละพื้นที่ สำหรับประเทศไทยนั้น วัฒนธรรมการไหว้เป็นหนึ่งในสิ่งที่แสดงถึงมารยาทที่ดีงาม เมื่อไปสัมภาษณ์งานที่ใดการกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม พร้อมยกมือไหว้จึงเป็นอีกเทคนิคการสัมภาษณ์งานที่ช่วยสร้างความประทับใจให้กับ HR ได้ และเมื่อจบการสัมภาษณ์ก็ควรกล่าวลาเพื่อแสดงถึงมารยาทอันดีอีกด้วย

เทคนิคการสัมภาษณ์งานเป็นการเตรียมตัวก่อนสัมภาษณ์งาน ซึ่งเป็นหนึ่งในการเตรียมความพร้อมเบื้องต้น ที่ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของผู้สมัคร แถมยังแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นและความสนใจที่อยากจะร่วมงานในตำแหน่งนั้นๆ ดังนั้น การใช้เทคนิคสัมภาษณ์งานก็จะช่วยให้คุณสร้างความประทับใจกับ HR และมีโอกาสสูงที่จะได้เข้าทำงานในบริษัทนั้น ๆ ด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

04 มกราคม 2565
04 มกราคม 2565
04 มกราคม 2565
04 มกราคม 2565
04 มกราคม 2565
07 ธันวาคม 2564