เจ้านายถูกใจสิ่งนี้! 9 เคล็ดวิธีแก้ง่วงตอนทำงาน

วิธีแก้ง่วงตอนทำงาน

หลังจากมื้อกลางวันทีไร อาหารที่กินเข้าไปก็เริ่มย่อย พอหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน อาการง่วงนอนก็เข้าครอบงำร่างกาย จนเปลือกตาเผลอจะปิดลงมาตลอดเวลา และถึงแม้คุณจะง่วงแค่ไหน แต่คุณก็ต้องตื่นเพราะยังมีงานอีกมากมายรอให้จัดการให้เรียบร้อย แต่จะฝืนทำไปทั้งๆ ที่ยังง่วง ก็อาจจะทำให้งานไม่มีประสิทธิภาพ และอาจทำให้เกิดโอกาสในการทำงานผิดพลาดอีกด้วย ดังนั้นลองใช้วิธีแก้ง่วงตอนทำงานที่ได้รวบรวมมาในบทความนี้ ให้ร่างกายของคุณสดชื่นและตื่นตัว พร้อมทำงานต่ออย่างเต็มกำลัง

วิธีแก้ง่วงตอนทำงาน คืนความสดชื่นให้กับตัวคุณ

วิธีแก้ง่วงตอนทำงาน คืนความสดชื่นให้กับตัวคุณ

ความง่วงถือว่าเป็นตัวการหลักที่ทำลายสมาธิ และเมื่อรู้สึกง่วงก็จะทำให้ไม่มีสมาธิทำงาน ถึงแม้การนอนหลับจะเป็นวิธีการจัดการกับความง่วงได้ดีที่สุด แต่ในเวลาทำงานก็คงจะนอนพักผ่อนไม่ได้ แต่เทคนิคและวิธีแก้ง่วงตอนทำงานในบทความนี้จะช่วยขจัดความง่วง ทำให้คุณรู้สึกสดชื่น และร่างกายตื่นตัวพร้อมทำงานในยามบ่าย โดยวิธีแก้ง่วงตอนทำงาน มีดังนี้

เลี่ยงการทานคาร์โบไฮเดรต

เชื่อว่าหลายคนคงเคยรู้สึกง่วง เหนื่อยล้า และไม่มีสมาธิในการทำงานหลังจากรับประทานมื้อกลางวันจนอิ่มอย่างแน่นอน โดยอาการนี้เรียกว่า Food Coma ทำให้คุณมีอาการอ่อนเพลีย และรู้สึกง่วงนอน ซึ่งอาการนี้เกิดจากการรับประทานทานอาหารเข้าไปจำนวนมาก โดยเฉพาะอาหารที่มีปริมาณโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตสูง และเมื่ออาหารเหล่านี้เกิดกระบวนการย่อยก็จะทำให้เกิดกรดอะมิโนที่เรียกว่า ทริปโตเฟน (Tryptophan) โดยสมองจะเปลี่ยนกรดอะมิโนทริปโตเฟนเป็น สารเซโรโทนิน (Serotonin) หรือสารสื่อประสาทที่จะทำให้รู้สึกง่วงและนอนหลับสบาย ดังนั้น การรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนที่สูงในมื้อกลางวัน สามารถส่งผลให้เกิดอาการง่วงได้ ซึ่งวิธีแก้ง่วงตอนทำงานที่เกิดจากสาเหตุนี้จะต้องปรับพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร โดยการลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตในมื้อกลางวันให้น้อยลง ก็จะช่วยลดอาการง่วงหลังรับประทานอาหารให้ดีขึ้นได้

เลี่ยงการทานของหวาน

การรับประทานของหวานหรืออาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง สามารถช่วยให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัวได้ แต่ช่วยได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ หรือประมาณ 30 นาทีเท่านั้น เพราะน้ำตาลเป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งที่ย่อยได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ร่างกายสามารถดึงพลังงานมาใช้ได้ในทันที แต่หลังจากนั้นน้ำตาลจะทำให้ร่างกายหลั่งสารเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ร่างกายเกิดอาการง่วง ดังนั้น การรับประทานของหวานมากเกินไปในมื้อกลางวันก็จะทำให้เราง่วงในเวลางานได้ ซึ่งวิธีแก้ง่วงตอนทำงานที่เกิดจากสาเหตุนี้จะต้องเลี่ยงของหวานหรือรับประทานแต่พอดี นอกจากจะช่วยลดอาการง่วงในเวลางานแล้ว ยังถือว่าเป็นการรักษาสุขภาพอีกด้วย 

ดื่มกาแฟ / ชา

การดื่มกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นอีกหนึ่งวิธีแก้ง่วงตอนทำงานที่มีประสิทธิภาพ เพราะสามารถช่วยลดอาการง่วง ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า เพิ่มการตื่นตัว ช่วยกระตุ้นการทำงานของร่างกายตามธรรมชาติ ช่วยเพิ่มพลังงานและช่วยให้มีสมาธิเพิ่มขึ้น นอกจากเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอย่างชาและกาแฟแล้ว คาเฟอีนยังพบได้ในอาหารอื่นๆ อีกด้วย อย่างเช่น ช็อกโกแลต ถึงแม้ว่าคาเฟอีนจะช่วยแก้ง่วงได้ แต่ก็ควรทานคาเฟอีนอย่างระมัดระวัง เพราะถ้าหากรับประทานในปริมาณที่มากเกินความจำเป็นของร่างกาย อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้

Coffee Nap เทคนิคแก้ง่วงด้วยกาแฟอย่างมีประสิทธิภาพ

หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าดื่มกาแฟแล้วไปนอน เป็นวิธีที่สามารถช่วยแก้ง่วงได้จริงหรือไม่ เพราะโดยปกติแล้วการดื่มกาแฟนั้นจะช่วยคลายความง่วงและสามารถทำงานต่อได้อีกยาวๆ แต่สำหรับการดื่มกาแฟแล้วนอนพักในช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 10-20 นาที หรือที่เรียกว่า Coffee Nap เป็นวิธีแก้ง่วงตอนทำงาน ที่นำการดื่มกาแฟและการงีบหลับมารวมกัน ด้วยการดื่มกาแฟดำที่ไม่เติมน้ำตาล เมื่อร่างกายได้รับคาเฟอีนเข้าไปต้องรอประมาณ 20-30 นาทีกว่าที่คาเฟอีนจะออกฤทธิ์ โดยคาเฟอีนจะทำการปิดกั้นการทำงานของสารอะดีโนซีน (Adenosine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ทำให้รู้สึกง่วง การนอนหลับก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดการทำงานของสารอะดีโนซีนได้ ดังนั้น การนอนหลับ 10-20 นาทีหลังดื่มกาแฟก่อนที่คาเฟอีนจะออกฤทธิ์ จะช่วยให้คาเฟอีนที่ดื่มเข้าไปทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้หลังจากตื่นขึ้นมาก็จะช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากกว่าเคย

จิบเครื่องดื่มเย็นๆ สดชื่น

เครื่องดื่มเย็นๆ สามารถช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นขึ้นมาได้ จึงทำให้การดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ในช่วงเวลาบ่ายถือว่าเป็นตัวที่ช่วยขจัดความง่วงได้เป็นอย่างดี ซึ่งหลายๆ คนรู้สึกหายง่วงนอนหลังจากดื่มน้ำ เพราะปัญหานี้เกิดจากร่างกายเหนื่อยล้าจากภาวะขาดน้ำ ทำให้ร่างกายนำน้ำในส่วนอื่นๆ ของร่างกายมาใช้ก่อน อย่างเช่น เลือด ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย จนเกิดอาการเหนื่อยล้า และง่วงนอน ดังนั้น การจิบน้ำบ่อยๆ หรือดื่มน้ำให้ครบ 8 แก้วต่อวันเป็นวิธีแก้ง่วงตอนทำงานที่ได้ผล แถมยังช่วยลดอาการง่วงระหว่างวันได้ดีอีกด้วย

ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายเปลี่ยนอิริยาบถ

การอยู่ในท่าทางเดิมๆ ทำให้ร่างกายเกิดอาการเมื่อยล้า ยิ่งต้องมีสมาธิจดจ่อทำงานอยู่เป็นเวลานานยิ่งทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าและมีโอกาสที่จะผิดพลาดในการทำงานมากขึ้นอีกด้วย การได้ลุกไปยืดเส้นยืดสายในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินไปเข้าห้องน้ำ เดินรอบๆ ห้อง หรือออกไปสูดอากาศนอกออฟฟิศ สามารถลดความเหนื่อยล้า และคลายง่วงได้ เพราะว่า เมื่อร่างกายได้ขยับ หรือได้ออกไปสูดอากาศ ก็จะส่งผลให้สมองได้รับออกซิเจนมากขึ้น ซึ่งช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นได้ และเมื่อกลับมานั่งทำงานก็ช่วยให้รู้สึกดีและมีสมาธิในการทำงานมากขึ้น

ล้างหน้า หรือใช้ผ้าเย็นเช็ดหน้า

ถึงแม้หลายๆ คนจะตื่นนอนตอนเช้ามาด้วยความงัวเงียขนาดไหน แต่เมื่อได้อาบน้ำก็ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกายได้ แต่ถ้าหากง่วงตอนกลางวันขณะอยู่ที่ทำงาน ก็สามารถใช้วิธีแก้ง่วงตอนทำงานอย่างการล้างหน้าหรือใช้ผ้าเย็นเช็ดหน้า ที่สามารถช่วยให้หายง่วงได้ง่ายๆ แถมยังช่วยเพิ่มความสดชื่นระหว่างวันได้อีกด้วย 

ทานผลไม้รสเปรี้ยว

ผลไม้รสเปรี้ยวต่างๆ ที่เพียงแค่ได้ยินชื่อรู้สึกหายง่วงในพริบตา ไม่ว่าจะเป็น มะม่วงเปรี้ยว ตะลิงปลิง มะขามคลุก หรือจะเป็นมะนาวฝาน ที่เป็นวิธีแก้ง่วงตอนทำงานยอดนิยม ด้วยรสชาติเปรี้ยวที่สามารถช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ดังนั้น เมื่อได้กินผลไม้รสเปรี้ยวที่เป็นไอเทมเด็ดของวัยทำงาน รับรองได้เลยว่าตาสว่าง และหายง่วงทันที แถมยังช่วยเพิ่มปริมาณวิตามินซีให้กับร่างกายอีกด้วย 

ดมยาดม หรือเครื่องสมุนไพรหอม

ยาดมสมุนไพร หรือเครื่องสมุนไพรหอม ไอเทมลับที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นยามบ่ายแถมยังเป็นวิธีแก้ง่วงตอนทำงานที่ทุกคนได้ลองแล้วจะติดใจอย่างแน่นอน ซึ่งในขณะที่สูดยาดมสมองก็จะได้รับออกซิเจนเข้าไปด้วยในเวลาเดียวกัน ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น ทำให้ร่างกายตื่นตัวจากความง่วง แถมยังให้กลิ่นที่หอมสดชื่นจากยาดมอีกด้วย

วิธีแก้ง่วงที่ดีที่สุดคือ “การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ”

วิธีแก้ง่วงที่ดีที่สุดคือ “การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ”

ถึงแม้ว่าระหว่างวันจะมีวิธีแก้ง่วงตอนทำงานสารพัดวิธีเพื่อให้ร่างกายตื่นตัวและสามารถทำงานได้ แต่วิธีแก้ง่วงที่ดีที่สุด คือ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ โดยสามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ด้วยการเข้านอนประมาณ 4 ทุ่ม หรือนอนให้ครบ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ซึ่งการนอนหลับให้เพียงพอไม่เพียงแต่จะช่วยให้ไม่ง่วงระหว่างวันเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

  • ช่วยให้สมองตื่นตัว ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมรับสิ่งใหม่ๆ ในวันรุ่งขึ้น
  • ดีต่อสุขภาพจิต ช่วยลดความเครียดทำให้อารมณ์ดี
  • ขณะที่นอนหลับความดันโลหิตก็จะทำงานลดลง ทำให้หัวใจและหลอดเลือดได้พักผ่อนไปด้วย ดังนั้น การนอนหลับที่เพียงพอจึงมีส่วนทำให้สุขภาพหลอดเลือดและหัวใจแข็งแรง
  • การนอนหลับที่มีประสิทธิภาพจะช่วยจดจำสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้นและยังช่วยให้ความจำดีขึ้นในระยะยาวอีกด้วย

และที่สำคัญ คือ การนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายได้ผ่อนคลาย และได้ทำการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ดังนั้นการให้พักผ่อนให้เพียงพอ ยังช่วยให้สมองและร่างกายได้คลายความเครียดจากสิ่งต่างๆ ที่ได้เผชิญมาทั้งวัน ส่งผลให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้นอีกด้วย

สังเกตตัวเองให้ดี! หากนอนเพียงพอแล้วยังง่วง ควรพบแพทย์!

สังเกตตัวเองให้ดี! หากนอนเพียงพอแล้วยังง่วง ควรพบแพทย์!

หลายๆ คนมักไม่สนใจอาการง่วงนอนระหว่างวัน เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ที่จริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น ถึงแม้จะนอนครบ 7-8 ชั่วโมง แต่ตื่นมาก็ยังรู้สึกง่วงหรืออ่อนเพลียระหว่างวัน ทำให้ต้องใช้วิธีแก้ง่วงตอนทำงานอยู่บ่อยๆ จนส่งผลกระทบต่อการทำงาน การเรียน หรือว่าการใช้ชีวิตประจำวันอื่นๆ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดได้จากหลายปัจจัยแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน และอาจเป็นไปได้ว่าเกิดจากปัญหาสุขภาพพื้นฐาน เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ความเครียด โรคซึมเศร้า ความไม่สมดุลของฮอร์โมน และปัญหาการทำงานของต่อมไทรอยด์ เป็นต้น สำหรับใครที่มีปัญหาง่วงนอนระหว่างวัน ถึงแม้จะนอนหลับเพียงพอแล้วก็ตาม ควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุและทำการรักษาต่อไป

วิธีการแก้ง่วงที่ดีที่สุดก็ยังคงเป็นการนอนหลับให้เพียงพอ โดยนอนให้ครบ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน แต่สำหรับบางคนที่อาจจะมีงานเร่งด่วน หรืองานสำคัญที่ต้องทำให้เสร็จ ถ้าหากรู้สึกง่วงนอนระหว่างวันก็สามารถนำวิธีแก้ง่วงตอนทำงานตามที่ได้แนะนำในบทความนี้ไปปรับใช้ได้  แต่อย่างไรก็ตามเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งการอดนอนบ่อยๆ เป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้น ทุกๆ คนจะต้องหาเวลาดูแลตัวเอง สุขภาพร่างกาย และพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อสุขภาพที่ดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

11 พฤษภาคม 2565
11 พฤษภาคม 2565
05 พฤษภาคม 2565
29 เมษายน 2565
29 เมษายน 2565
29 เมษายน 2565