การทำเรซูเม่ให้น่าสนใจ สมัครงานไหนก็ถูกใจ HR

วิธีทำเรซูเม่ให้น่าสนใจ

ในการสมัครงานทุกๆ ครั้ง สิ่งที่ขาดไม่ได้ก่อนเริ่มสมัครงานคือ การทำเรซูเม่ เพราะเรซูเม่ถือเป็นการแนะนำตัวเองผ่านทางรูปแบบเอกสาร พร้อมลงรายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประวัติการศึกษา กิจกรรมต่างๆ ที่เคยทำ การอบรมที่ผ่านมา หรือทักษะที่มี เป็นต้น

สำหรับการสมัครงานเทคนิคในการให้สัมภาษณ์อาจจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่หากไม่รู้เทคนิคในการทำเรซูเม่ให้น่าสนใจ ก็อาจจะทำให้เราไม่มีโอกาสในการใช้เทคนิคในการสัมภาษณ์เหล่านั้นได้ บทความนี้เลยมาเฉลยเคล็ดลับมัดใจเอชอาร์ ด้วยการทําเรซูเม่ให้น่าสนใจ ซึ่งสามารถนำไปปรับไช้ได้กับทั้งเด็กจบใหม่และผู้มีประสบการณ์

การวางเลย์เอาต์เรซูเม่ให้น่าสนใจ

การทำเรซูเม่ให้น่าสนใจต้องวางเลย์เอาต์ให้ดี

เรซูเม่ที่ดีควรมี 1 หน้ากระดาษ หรือ 1 หน้า A4 เท่านั้น แน่นอนว่าพอมีเนื้อที่จำกัด การวางแผนจัดวางข้อมูลให้มีความเป็นระเบียบจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ยิ่งไปกว่านั้น การทำเรซูเม่ที่ดีก็ไม่ควรมีพื้นที่ว่างเช่นกัน ซึ่งการวางเลย์เอาต์ที่ดีจะช่วยจัดสรรข้อมูล และเติมเต็มพื้นที่หน้ากระดาษ ซึ่งเป็นการทําเรซูเม่ให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้นได้

นอกจากการวางเลย์เอาต์แล้ว ยังมีส่วนประกอบอื่นๆ ที่จะช่วยเสริมให้เรซูเม่ของคุณสะดุดตาเอชอาร์ได้ ดังต่อไปนี้

1. แบ่งสัดส่วนพื้นที่ให้เหมาะสม

การแบ่งสัดส่วนพื้นที่ในเรซูเม่ให้มีความเหมาะสมเหมือนจะเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กจบใหม่และผู้ที่มีประสบการณ์ แต่ทุกคนสามารถทำเรซูเม่ของตนเองให้มีความน่าสนใจได้ ดังนี้

• บัณฑิตป้ายแดง

บัณฑิตป้ายแดง หรือเด็กจบใหม่หลายคนอาจรู้สึกกังวัลใจหรือขาดความมั่นใจในการจัดสรรเนื้อหาในเรซูเม่ให้เหมาะสมและไม่เหลือพื้นที่ว่าง เนื่องจากไม่มีประสบการณ์การทำงาน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เด็กจบใหม่สามารถใช้พื้นที่ตรงนี้ในการใส่กิจกรรมที่เคยทำลงไปได้ เช่น กิจกรรมที่เคยร่วมกับทางมหาวิทยาลัย การเป็นอาสาสมัคร หรือจะเป็นประวัติการฝึกงาน ซึ่งเด็กจบใหม่สามารถใช้เทคนิคในการแบ่งสัดส่วนได้ดังนี้

  1. ประวัติส่วนตัว 10%
  2. ประสบการณ์การฝึกงาน 30%
  3. ประวัติการศึกษา 30%
  4. ทักษะและสกิลต่างๆ 10%
  5. กิจกรรมตอนเรียนหรืออาสาสมัครที่เคยทำ 20%

• ผู้มีประสบการณ์ในการทำงาน

ผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานมาหลายปี อาจประสบปัญหาในการแบ่งสัดส่วนเนื้อหาให้ดูไม่รกหรือดูแน่นจนเกินไป ซึ่งสามารถนำเทคนิคการแบ่งสัดส่วนของเนื้อหาด้านล่างนี้ไปปรับใช้ในการทำเรซูเม่ให้น่าสนใจได้

  1. ประวัติส่วนตัว 10%
  2. ประสบการณ์การทำงาน 60%
  3. ประวัติการศึกษา การเข้าอบรม 10%
  4. ทักษะและสกิลต่างๆ 20%

2. ใช้ฟ้อนต์ที่อ่านง่าย

แม้จะมีการจัดวางข้อมูลต่างๆ มาอย่างดีแล้ว แต่หากเลือกใช้ฟ้อนต์ผิดจะทำให้เอชอาร์ไม่ประทับใจ หรืออาจถูกมองข้ามได้ สำหรับฟ้อนต์ที่เหมาะสมในการทําเรซูเม่ให้น่าสนใจต้องเป็นฟ้อนต์ที่อ่านง่าย เช่น

  • Calibri (ฟ้อนต์ภาษาอังกฤษ)
  • Times New Roman (ฟ้อนต์ภาษาอังกฤษ)
  • Arial (ฟ้อนต์ภาษาอังกฤษ)
  • Georgia (ฟ้อนต์ภาษาอังกฤษ)
  • TH Sarabun New / PSK (ฟ้อนต์ภาษาไทย)

การเลือกตัวหนังสือที่เหมาะสมเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ทำให้เรซูเม่ดูโดดเด่นและเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้นได้ โดยควรเลือกใช้เพียงแค่ 2 ฟ้อนต์เท่านั้น และไม่ควรเลือกใช้ฟ้อนต์การ์ตูน เพราะถึงแม้ว่าจะดูน่ารัก แต่ก็สามารถทำให้เรซูเม่ของเรานั้นอ่านยากและดูสับสนได้

3. การเลือกใช้ขนาดตัวอักษรเล็กใหญ่

ขนาดของตัวอักษรมีความสำคัญอย่างมาก เพราะหากเลือกใช้ตัวอักษรที่มีขนาดเท่ากันทั้งหมด อาจจะทำให้เอชอาร์ไม่สามารถจับประเด็นหรือรายละเอียดเนื้อหาในเรซูเม่ได้ ดังนั้น สิ่งที่ควรทำคือหัวข้อเด่นๆ เช่น ประวัติการทำงาน ประวัติการศึกษา ข้อมูลส่วนตัว และทักษะ ควรปรับให้มีขนาดใหญ่อยู่ที่ 16 – 20 พอยน์ (Point) และเนื้อหาต่างๆ ควรมีขนาดความเล็กที่ 10 – 12 พอยน์ เมื่อปรับขนาดตัวอักษรแล้วจะทำให้เรซูเม่ดูน่าสนใจยิ่งขึ้นและยังช่วยให้อ่านง่ายอีกด้วย

4. เลือกรูปที่เป็นตัวเองแต่เป็นทางการ

การเลือกรูปภาพเป็นส่วนที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าส่วนอื่นๆ ถ้าอยากให้เรซูเม่ถูกเลือก หรือถูกหยิบขึ้นมาอ่าน การเลือกรูปภาพให้เหมาะสมสามารถดึงดูดสายตาจากเอชอาร์ได้ โดยการทําเรซูเม่ให้น่าสนใจผู้สมัครควรเลือกรูปภาพเป็นทางการและถ่ายหน้าตรง เพื่อให้สามารถเห็นใบหน้าได้ชัดเจน โดยสามารถยิ้มแย้มได้ รวมถึง ควรใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม และเลือกรูปภาพที่ไฟล์ไม่แตก ซึ่งรูปภาพแบบทางการที่มักนิยมใช้ คือ ภาพติดบัตรที่มีพื้นหลังเป็นสีฟ้า

แต่ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยง การเลือกรูปภาพที่ถ่ายแบบเซลฟี ภาพไม่คมชัด ไม่เห็นหน้า ภาพกลุ่ม รวมไปถึง ภาพที่ถ่ายเล่นหรือพื้นหลังของรูปเป็นภาพที่ไม่เหมาะสม

5. ใช้สัญลักษณ์แทนข้อความ

เรซูเม่แนวใหม่ไม่เน้นตัวหนังสือ แต่จะเน้นการใช้สัญลักษณ์หรือไอคอน (Icon) เพื่อบ่งบอกสิ่งที่จะสื่อสารต่อเอชอาร์ และยังง่ายต่อการจัดวาง ช่วยให้ประหยัดเนื้อที่ในเรซูเม่อีกด้วย ตัวอย่างการใช้สัญลักษณ์ที่พบเจอบ่อย เช่น จากการเขียนตัวหนังสือ “เบอร์โทรศัพท์” คุณอาจเลือกใช้สัญลักษณ์ หรือไอคอนรูปโทรศัพท์แทน เป็นต้น เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เรซูเม่ดูโดดเด่นแล้ว

นอกจากสัญลักษณ์มือถือแล้ว ยังสามารถใช้ได้กับข้อมูลส่วนอื่นๆ เช่น อีเมล ที่อยู่อาศัย หรือทักษะที่สนใจ เป็นต้น ซึ่งการเลือกใช้สัญลักษณ์เป็นการทำเรซูเม่ให้น่าสนใจและยังแสดงถึงความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย

6. จับคู่สีเพิ่มความสวยให้เรซูเม่

ออกแบบเรซูเม่ให้สวยและน่าสนใจต้องเพิ่มลูกเล่นโดยการใช้สีที่เหมาะสม หลายๆ คนอาจเลือกใช้หลากหลายสีตามความชอบ แต่นั้นอาจไม่เหมาะสมกับการทำเรซูเม่

ข้อแนะนำในการเลือกใช้สีให้เหมาะสมนั้น คือ การเลือกสีที่ดูสบายตา เรียบง่าย ไม่ฉูดฉาด หรือ สีที่มีความอ่อนเกินไป จนเอชอาร์ต้องเพ่งไปที่เนื้อหา ทั้งนี้ ในการทำเรซูเม่ให้น่าสนใจ ควรเลือกสีสันให้เหมาะสมประมาณ 2 – 3 สี ในโทนที่ไม่ขัดแย้งกัน ซึ่งสามารถดูตัวอย่างคู่สีที่เหมาะสมได้จากหลายแห่ง เช่น Adobe Color

ใส่รายละเอียดให้ชัดเจนทำให้เรซูเม่น่าสนใจ

ใส่รายละเอียดให้ชัดเจน

หลักในการทำเรซูเม่ให้น่าสนใจจนเอชอาร์สะดุดตานั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่เพียงความสวยงาม การออกแบบ การเลือกสี หรือการจัดวางเท่านั้น แต่การเลือกใส่เนื้อหา รายละเอียดประวัติการทำงาน การศึกษา ข้อมูลส่วนตัว และทักษะสกิลที่มีลงไปอย่างชัดเจน ไม่ขาดตกบกพร่อง และตรงประเด็น จะมีส่วนทำให้เอชอาร์เลือกเรซูเม่ขึ้นมาพิจารณาได้

• ประสบการณ์ในการทำงาน

สำหรับเด็กจบใหม่หากยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน ควรเลือกใส่ประสบการณ์การฝึกงาน การเป็นอาสาสมัครในกิจกรรมต่างๆ และการเข้าอบรมในอดีต เพื่อเป็นการทำเรซูเม่ให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น พร้อมระบุชื่อบริษัท และปีที่เคยทำลงไปด้วย เพื่อความชัดเจนและครอบคลุม

ในกรณีของผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงาน ควรจัดวางข้อมูลที่สำคัญก่อน อย่างประวัติการทำงานล่าสุด และประวัติการทำงานย้อนหลังที่ไม่ควรเกิน 10 ปี รวมไปถึง ระบุชื่อตำแหน่ง บริษัทที่ทำ และควรเขียนให้มีความชัดเจนว่าประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาได้ทำอะไรบ้าง

• ประวัติการศึกษา

ในการใส่ประวัติการศึกษาสำหรับเด็กจบใหม่ที่สามารถชูจุดนี้ให้อยู่ในตำแหน่งบนๆ ของเรซูเม่ได้ โดยการใส่คณะที่เรียนจบ เกรดที่ได้ และปีที่สำเร็จการศึกษาลงไปได้เลย

แต่ในกรณีของผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานมาหลายปีแล้ว การใส่ประวัติการศึกษาอาจจะไม่จำเป็นที่ต้องอยู่ในส่วนแรกๆ ของเรซูเม่ก็ได้ โดยอาจวางให้อยู่ถัดลงมาจากประวัติการทำงาน ซึ่งสามารถใส่รายละเอียดได้ตามต้องการเช่นเดียวกับเด็กจบใหม่

• ประวัติส่วนตัว

ข้อมูลสำคัญที่ไม่ควรตกหล่น หรือเขียนผิดเด็ดขาด คือ ประวัติส่วนตัว ซึ่งจะประกอบไปด้วย

  1. ชื่อ – นามสกุล (การใส่ชื่อต้องมั่นใจว่าสะกดถูกต้อง ไม่สะกดผิดหรือตกตัวอักษรใดไป)
  2. เบอร์โทรศัพท์ (การใส่เบอร์โทรศัพท์ไม่ควรใส่มากเกินกว่า 2 เบอร์)
  3. อีเมล (ควรตั้งชื่ออีเมลให้มีความเป็นมืออาชีพ)
  4. อายุ (ควรใส่ตามจริง ไม่ควรบิดเบือนข้อมูล)
  5. ที่อยู่ (ไม่จำเป็นต้องใส่รายละเอียดทั้งหมด สามารถเลือกใช้เพียงที่อยู่แบบสั้นๆ ซึ่งประกอบไปด้วยถนน เขต หรือจังหวัดได้)

• ทักษะและความสามารถในด้านอื่นๆ

หัวข้อนี้เป็นส่วนที่จะช่วยแสดงถึงความสามารถ และความสนใจของตัวผู้สมัคร รวมถึง ความสามารถเฉพาะทางด้านต่างๆ ให้เอชอาร์เห็นได้ เช่น ความสามารถด้านภาษา ความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ หรือ Soft Skills เช่น ทักษะด้านการสื่อสาร ทักษะด้านการประสานงาน หรือ ทักษะการบริหารเวลา เป็นต้น ซึ่งสามารถใส่ได้อย่างเต็มที่ แต่ควรเลือกใส่ให้เหมาะสมกับงานที่สมัคร เพราะนอกจากเอชอาร์จะพิจารณาประวัติการทำงานแล้ว ข้อมูลทั้งหมดในส่วนนี้ถือว่าเป็นองค์ประกอบที่จะทำให้เรซูเม่นั้นสมบูรณ์ครบถ้วน จนทำให้เอชอาร์อยากหยิบขึ้นมาพิจารณาได้

ปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับตำแหน่งทำให้เรซูเม่น่าสนใจ

ปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับตำแหน่ง

เรซูเม่เพียง 1 ชิ้นคงไม่ตอบโจทย์หากคุณใช้สมัครในทุกบริษัท เคล็ดลับเอาใจเอชอาร์ คือ การทำเรซูเม่ให้น่าสนใจขึ้นไปอีก โดยการปรับแต่งให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่สมัคร ซึ่งสามารถเข้าไปดูรายละเอียดหน้าที่การทำงานได้ว่า ตำแหน่งที่จะสมัครและบริษัทนั้นๆ ต้องการคนแบบไหน หน้าที่ที่ต้องทำมีอะไรบ้าง พร้อมนำข้อมูลตรงนี้มาปรับเปลี่ยนเรซูเม่ของคุณให้โดนใจเอชอาร์มากยิ่งขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ควรเขียนแต่ความจริงตามความสามารถที่เรามีเท่านั้น

ตรวจสอบและแก้ไขเรซูเม่อีกครั้งก่อนส่งเสมอ

ตรวจสอบและแก้ไขอีกครั้งก่อนส่งเสมอ

หลังจากที่ได้รู้เคล็ดลับในการทำเรซูเม่ให้น่าสนใจแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายที่ไม่ควรมองข้าม คือ การตรวจสอบและแก้ไขก่อนส่งเสมอ เพราะถือว่านี่เป็นโอกาสเดียวที่จะได้ส่งเรซูเม่ไปยังบริษัทและตำแหน่งที่คุณอยากร่วมงานด้วย หากผู้สมัครลืมระบุสิ่งใดไป หรือตกหล่นข้อมูลที่สำคัญ อาจจะทำให้พลาดโอกาสดีๆ ได้ และถ้าจะส่งอีกครั้งก็จะแสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพเช่นกัน ฉะนั้น ก่อนการส่งเรซูเม่ทุกครั้งควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล การสะกดคำ และการเว้นวรรคให้ถี่ถ้วน เพื่อจะไม่พลาดโอกาสในการถูกเรียกสัมภาษณ์จากเอชอาร์

เรซูเม่เป็นประวัติการทำงานแบบคร่าวๆ ที่ใช้สำหรับการสมัครงาน ช่วยให้เอชอาร์ได้รู้จักกับเรามากขึ้น เพื่อพิจารณาถึงประสบการณ์ในการทำงานที่ผ่านมา ว่าเหมาะสำหรับองค์กรของเขาหรือไม่ เรซูเม่จึงเปรียบเสมือนด่านแรกที่องค์กรได้รู้จักกับเรา การทำเรซูเม่ให้น่าสนใจจึงมีส่วนช่วยในการเพิ่มโอกาสในการถูกเรียกสัมภาษณ์งานได้ แต่แน่นอนว่านอกจากเรซูเม่ของเราจะช่วยสร้างความประทับใจให้กับทีมเอชอาร์ได้แล้ว ก็ต้องอย่าลืมสร้างความประทับใจให้กับผู้สัมภาษณ์ด้วย อย่าลืมทำการบ้านให้ดีว่าบริษัทจะสัมภาษณ์เราเป็นภาษาอะไร แต่ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็สามารถตามไปอ่านเทคนิคต่อได้ที่บทความของเราที่นี่ได้เลย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

29 พฤษภาคม 2567
29 พฤษภาคม 2567
29 พฤษภาคม 2567
19 เมษายน 2567
19 เมษายน 2567
19 เมษายน 2567

เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้แบ่งปันข้อมูลดี ๆ ให้กับคุณ

หากคุณต้องการ เช่าออฟฟิศ สามารถติดต่อเราได้เลย